เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยกรณีที่นายสวัสดิ์ เพชรบูรณ์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนหอวัง ยื่นฟ้องคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ต่อศาลปกครองกลาง กรณีที่ ก.ค.ศ.พิจารณาให้เป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินวิทยฐานะ ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ.ที่ ศธ.0206.3/ว.13 หรือเกณฑ์ ว13 เรื่องการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ มีวิทยฐานะ หรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และวิทยาฐานะเชี่ยวชาญ ซึ่งเปิดให้ยื่นตั้งแต่ปี 2559 และเพิ่งได้รับแจ้งผลการพิจารณาว่าเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติในปี 2561 โดยขอให้ทบทวนใน 3 ประเด็น คือ ยกเลิกหนังสือคำสั่งเปลี่ยนเกณฑ์การรับรองรางวัล ตาม ว1/2559 วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งกำหนดรางวัลเชิงประจักษ์ใหม่ 203 รางวัล ถ้าไม่ยกเลิกก็ขอให้พิจารณารางวัลเทียบเคียงด้วย และขอให้เพิกถอนมติคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ทั้งหมดที่ระบุว่าไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมิน ว่า ยังไม่ทราบเรื่อง การฟ้องไม่ใช่เรื่องไม่ดี ทั้งนี้ กลับชอบใจเพราะถือว่าทุกคนทำตามระบบ เดินตามกฎหมาย ถ้าออกมาเรียกร้องโวยวายคงไม่ดี อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า น.ส.อุษณีย์ ธโนศวรรย์ เลขาธิการ ก.ค.ศ.จะไปดำเนินการตามขั้นตอน ไม่น่ากังวล
น.ส.อุษณีย์ กล่าวว่า ก.ค.ศ.ต้องรอคำสั่งศาลแจ้งมาอย่างเป็นทางการ จากนั้นจะเขียนแก้คำฟ้องต่อศาล ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ฟ้องระบุว่าตัวเองเสียสิทธิ เพราะ ก.ค.ศ.ประกาศหลักเกณฑ์ ว1 กระชั้นเกินไป ทำให้เตรียมตัวไม่ทันนั้น เท่าที่ดูข้อมูล ผู้ฟ้องได้เสนอขอให้ ก.ค.ศ.ทบทวน ซึ่ง ก.ค.ศ.พิจารณาทบทวนให้แล้ว แต่ไม่ผ่านเช่นเดิม ส่วนที่ผู้ยื่นประเมินได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินเกือบ 5,000 รายนั้น เวลา ก.ค.ศ.พิจารณาคุณสมบัติ จะดูอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพราะไม่ต้องการให้ใครเสียสิทธิ และเพื่อให้ทุกคนมีคุณสมบัติครบเข้ารับการประเมิน โดยดูจากเอกสารหลักฐานเป็นสำคัญ แต่เมื่อไม่มีคุณสมบัติจริงๆ ก็ทำอะไรไม่ได้

