ดร.ศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) อย่างเป็นทางการ นอกสถานที่ ครั้งที่ 8/2561 ที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ว่า พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจและเยี่ยมชมกิจกรรมและนิทรรศการในส่วนที่ กศน.ดำเนินการ ที่กศน.ตำบลนางแล วัดพระธาตุดอยโอ่ง อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของศธ. ได้แก่ การดำเนินงานตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน การแสดงผลการดำเนินงานของวิถีไทย วิถีพอเพียง เกษตรธรรมชาติ 1 อำเภอ 1 อาชีพ ของ กศน.จังหวัดเชียงรายและนวัตกรรมอาชีพ STEM+C โดยใช้สะเต็มศึกษาและวิถีชีวิตของชุมชนไทลื้อ ที่มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ที่ดีงามของชุมชน มาผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและพัฒนาเป็นหลักสูตรอาชีพ ซึ่งชุมชนบ้านพระหลวง กศน.อำเภอสูงเม่น กศน.จังหวัดแพร่ ได้ผลิตหวดนึ่งข้าวอัตโนมัติ พัฒนาจากการสานกระติ๊บข้าว เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ของชุมชน หรือนวัตวิถี สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ดร.ศรีชัย กล่าวว่า หลังจากนั้น พล.อ.สุรเชษฐ์ เยี่ยมชมการดำเนินงานตามโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล โดยการแสดงผลการดำเนินงานของศูนย์จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ออนไลน์ กศน. (ONIE Online Commerce Center – OOCC) ของกศน.จังหวัดเชียงราย ที่ได้ดำเนินการอบรมให้ครู กศน. นำไปขยายผลสู่ประชาชนเพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมต่อยอดอาชีพการขายออนไลน์ ตลอดจนพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้พ้นจากความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน ด้วยการอบรมหลักสูตร E- Commerce /e-Market และการเปิดพื้นที่ให้แก่สถานศึกษา กศน. อำเภอ และ กศน. ตำบล เป็น “ศูนย์จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ออนไลน์ กศน. (ONIE Online Commerce Center – OOCC)
“นอกจากนี้ พล.อ.สุรเชษฐ์ ยังได้รับฟังผลการดำเนินงานตามโครงการแก้ปัญหาประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลที่ศธ. ได้รับมอบหมายให้ กศน.เป็นผู้ขับเคลื่อน ซึ่ง กศน.ได้มอบหมายสำนักงาน กศน.จังหวัดทั่วประเทศดำเนินการ โดยมีเป้าหมายนำประชากรวัยเรียนอายุระหว่าง 3-18 ปี เข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง โดยนำรูปแบบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มาพัฒนาให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานและบริบทของพื้นที่ เน้นการบูรณาการภารกิจร่วมกัน สร้างความร่วมมือและรับรู้ร่วมกับหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาระบบการเก็บข้อมูลโดยส่งต่อข้อมูลจากส่วนกลางให้สถานศึกษา จำแนกข้อมูลเป็นรายหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ส่งต่อข้อมูลผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาให้กับสถานศึกษาในสังกัด ลงพื้นที่ติดตามหาตัวตนของเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษา โดยใช้กลวิธี “เคาะประตูบ้าน รุกถึงที่ ลุยถึงถิ่น” จัดเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ผู้เรียน เพื่อหาสาเหตุและความต้องการในการเรียนรู้ และจัดหาที่เรียนให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ทั้งในระบบ และนอกระบบการศึกษาระบบ จนจบการศึกษา โดยมีการกำกับติดตามและรายงานผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าทั่วประเทศจะสำรวจแล้วเสร็จ และส่งรายงานให้สำนักงาน กศน.ทราบผลเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ภายใน 31 ตุลาคม 2561 นี้” ดร.ศรีชัย กล่าว

