อค.เล็งถกราคากลางที่ดินลาดพร้าวใหม่ หลังประมูลรอบแรกล้มเหลว

31.10.18 | 15:07 น.

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นายวีระกุล อรัณยะนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้า(อค.) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสัวสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาเพื่อสรรหาผู้เช่าที่ดินขององค์การค้าฯ ย่านลาดพร้าว เนื้อที่ 2 ไร่ 3 งาน 77 ตารางวา โดยตั้งราคาขั้นต้นไว้ 365 ล้านบาท แต่ไม่มีผู้เข้ายื่นซองเสนอราคา เนื่องจากราคาสูงเกินไป มีเพียงผู้สนใจ 2 รายที่เข้าฟังเพราะอยากรู้ว่าใครจะเป็นผู้ได้ที่ดินไปนั้นว่า จากนี้จะนำเรื่องนี้หารือเป็นการภายในองค์การค้าฯ ว่าควรดำเนินการอย่างไรต่อไป เบื้องต้นทราบสาเหตุที่ไม่มีผู้ยื่นซอง เพราะราคาขั้นต้นสูงเกินไป แต่การกำหนดราคาครั้งนี้มาจากบริษัทประเมินราคาที่ได้ประเมินโดยพิจารณาว่าในอีก 30 ปีข้างหน้า ที่ดินดังกล่าวจะมีราคาไม่ต่ำกว่านี้ แล้วจึงนำมาเป็นเกณฑ์ที่ใช้ในการตั้งราคาขั้นต้นเพื่อประกาศยื่นซอง องค์การค้าฯ จะไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่าหากแพงจริง จะลดราคาได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม สามารถเก็บที่ดินจุดนี้เพื่อรอการประมูลได้ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์การค้าฯ

“อนาคตตั้งใจว่าจะเอาที่ดินทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดบางแปลงมาพิจารณาให้เช่าหรือแบ่งขาย ขณะนี้อยู่ระหว่างให้บริษัทประเมินราคา เมื่อประชุมภายในองค์การค้าฯ เสร็จแล้ว จะนำผลหารือเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสกสค. ที่มีนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เป็นประธาน ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนนี้” นายวีระกุล กล่าว

นายนิวัติชัย แจ้งไพร ประธานสหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาองค์การค้าฯ ขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดให้เช่าที่ดินบางแปลง หรือการลดอัตรากำลังคน เป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ ควรแก้ที่ต้นเหตุ คือการบริหารจัดการ เนื่องจากองค์การค้าฯ เปลี่ยนผู้บริหารบ่อยทำให้การแก้ปัญหาไม่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีปัญหาจากปี 2560 คือการตีพิมพ์หนังสือเรียนล่าช้า รวมถึงปัญหาทุจริตภายในองค์กร เรื่องเหล่านี้ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ตนยื่นหนังสือร้องเรียนถึง นพ.ธีระเกียรติ และ สกสค. ให้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงเพื่อหาความจริงว่าในปี 2560 เหตุใดถึงจัดพิมพ์หนังสือเรียนล่าช้า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบที่ทำให้องค์การค้าฯ สูญเสียรายได้