ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต และอดีตคณบดี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)สวนสุนันทา เปิดเผยกรณีที่ นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระบุว่าปัจจุบันอาจารย์มหาวิทยาลัยมุ่งเน้นทำวิจัยพื้นฐาน เพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการระดับศาสตราจารย์ (ศ.) รองศาสตราจารย์ (รศ.) และผู้ช่วยศาสตร์จารย์ (ผศ.) อย่างเดียว แต่ไม่นำเอางานวิจัยเหล่านั้นมาประยุกต์ในการสอนนักศึกษาและต่อยอดเป็นนวัตกรรมเพื่อเพื่อแข่งขันกับนานาชาติ ว่า สาระสำคัญและความเป็นมาในการส่งเสริมและสนับสนุนให้อาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาสร้างผลงานทางวิชาการนั้น สืบเนื่องมาจากสถาบันอุดมศึกษาเป็นองค์กรทางการศึกษาที่มีพันธกิจหลัก 4 ด้าน คือ การจีดการศึกษา วิจัย บริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปและวัฒนธรรม ดังนั้น การที่จะพัฒนาการศึกษาเพื่อต่อยอดไปสู่นักศึกษา และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมคือการส่งเสริมให้อาจารย์ทำผลงาน ผลงานจะประกอบด้วย ตำรา เอกสารประกอบการสอน และงานวิจัย วันนี้ถามว่าผลงานของอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาสามารถนำไปสู่วัตถุประสงค์หรือไม่ ยังไม่สามารถนำข้อมูลมายืนยันได้ ซึ่งทั้งขึ้นอยู่กับตัวของอาจารย์ว่าเมื่อตนเองเป็นอาจารย์ มีสถานะทางสังคม มีตำแหน่งทางวิชาการรองรับ รวมทั้งค่าตอบแทนในแต่ละเดือนนั้น จะไปต่อยอดพัฒนานักศึกษาได้มากน้อยแค่ไหน อาจารย์นั้นมีอิสระทางวิชาการการจัดการเรียนการสอนจึงไม่มีการตรวจสอบ และไม่มีการประเมิน
นายรัฐพงศ์ กล่าวว่า แต่ทั้งนี้ผลงานทางวิชาการของอาจารย์ ประกอบไปด้วย มิติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมิติทางสังคมศาสตร์ ในส่วนมิติทางวิทยาศาสตร์จะเป็นงานที่มีการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง เช่น ทางการแพทย์ วิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น องค์ความรู้และผลงานเหล่านี้มีช่องทางส่งผลในการพัฒนานักศึกษาและต่อยอดเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และนวัตกรรมสูง แต่ในทางกลับกันด้านสังคมศาสตร์ เป็นผลงานที่เก็บขึ้นหิ้งและแช่แข็งไว้เป็นจำนวนมาก โอกาสที่จะต่อยอดต่อนักศึกษาและสังคมน้อย โดยรวมขึ้นอยู่กับกลยุทธและวิธีการบริหารจัดการของอาจารย์ แต่ละคนมากกว่าว่าคำนึงถึงประโยชน์ ลักษณะนี้มากน้อยแค่ไหน ผลงานทางสังคมศาสตร์เท่าที่พบจะเป็นนโยบายของแต่ละมหาวิทยาลัยว่ามหาวิทยาลัยใดที่ผู้บริหารมุ่งเน้นให้อาจารย์ลงไปพัฒนาท่องถิ่นและชุมชน ดังเช่น อาจารย์จากมรภ. จะนำผลงานทางวิชาการเหล่านี้ไปต่อยอดและนักศึกษามีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้จนส่งผลให้เกิดผลดีต่อการเรียนการสอน และการยกระดับการพัฒนาสังคม
“วันนี้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประกาศใช้แล้ว ถ้าอาจารย์ตระหนักและศึกษารวมทั้งให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ในด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และพัฒนาคน ผลงานของอาจารย์จะมีบทบาทในการตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้นข้อคิดของ น.พ.อุดม นั้นสะท้อนปัญหาอาจารย์มหาวิทยาลัยทำผลงาน แต่ไม่ต่อยอดไปสู่นักศึกษา การแข่งขัน และพัฒนาเป็นนวัตกรรมนั้นมีส่วนจริง ทั้งนี้ อยู่ที่จิตสำนึกและการมีจิตวิญญานของการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมืออาชีพอย่างแท้จริง” นายรัฐพงศ์ กล่าว
นายรัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ต้องฝากไปยังผู้บริหารมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีองค์ความรู้ มีผลงานทางวิชาการ และเป็นที่ยอมรับของสังคมผู้บริหาร จะสละเวลาการบริหารไปสอนนักศึกษาภาคปกติ เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ แต่ผู้บริหารบางคนกลับไปสอนนักศึกษาหลักสูตรพิเศษ ที่สร้างรายได้ให้ตนเอง รวมทั้งผู้บริหารเหล่านั้นยังเบิกค่าตอบแทนในตำแหน่งทางวิชาการทั้งๆที่ไม่ได้สอนนักศึกษาในหลักสูตรปกติ ดังนั้น การแก้ปัญหาดังกล่าวเพื่อให้พ้นรากเหง้าของปัญหาอุดมศึกษาและปัญหาการศึกษาโดยรวม อยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละบุคคลมากกว่า แต่การประเมินคุณภาพการศึกษาเพียงแค่ตรวจจากเอกสารอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ศธ. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และมหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนการดำเนินการใหม่

