เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมหารือการพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษานานาชาติ ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ว่า ภายหลังคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษานานาชาติ ได้ให้การรับรองหลักสูตร Business and Technology Education Council-BTEC ของ บริษัท เพียร์สัน สหราชอาณาจักร ที่จะมาเปิดการสอนในสถาบันการศึกษาของประเทศไทย โดยหลักสูตร BTEC จะเน้นสมรรถนะด้านอาชีพ มีการฝึกอบรมที่เข้มข้น เรียนจบสามารถทำงานได้ทันที เบื้องต้นทาง บริษัท เพียร์สัน ได้สำรวจสถานศึกษาในไทยที่มีความพร้อมด้านหลักสูตร สถานที่ และบุคลากรและได้ข้อสรุปว่าจะนำร่องจัดการศึกษาหลักสูตร BTEC ใน 4 สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) กรุงเทพ หลักสูตรช่างซ่อมบำรุงเครื่องบิน (Aircraft Maintenance), สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) หลักสูตรธุรกิจบริการ และการท่องเที่ยว (Hospitality and Tourism), วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น หลักสูตรธุรกิจบริการ และการท่องเที่ยว (Hospitality and Tourism) และสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา หลักสูตรอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) โดยจะเริ่มเปิดสอนในเดือนพฤษภาคม 2562 อีกทั้งจะเตรียมการคัดเลือก Master Trainers จำนวน 1,000 คนจาก มทร.และวิทยาลัยอาชีวศึกษา เข้ารับการอบรมจากทาง บริษัท เพียร์สัน เป็นเวลา 5 วัน เพื่อทำหน้าที่ฝึกอบรมวิธีการสอนและเนื้อหาวิชาตามมาตรฐานของ BTEC ซึ่งต่อไปครูกลุ่มนี้จะเป็นมีทำหน้าที่ฝึกอบรมสอนนักศึกษา
นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า ต่อไปคนจบหลักสูตรต่างประเทศที่ ศธ.รับรอง นายจ้าง ผู้ประกอบการจะให้ค่าตอบแทนตามความสามารถ ซึ่งหลักสูตร BTEC จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผู้สนใจ หรือผู้ประกอบส่งพนักงานมาเรียน เพื่อพัฒนาสมรรถนะให้เพิ่มมากขึ้น ด้วยหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งผู้จบการศึกษาหลักสูตรดังกล่าวและได้รับประกาศนียบัตรรับรองโอกาสที่จะเงินเดือนสูงกว่า
“ทั้งนี้ได้เชิญผู้แทนจาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มาเสนอความคิดเห็น ก็ได้รับข้อคิดเห็นที่น่าสนใจ เช่น ควรที่จะกำหนดอายุผู้เรียนหลักสูตรเหล่านี้ เช่นต้องจบ ปวช. หรือมีอายุ18 ปีขึ้นไป เพื่อเอื้อประโยชน์แก่สถานประกอบการในการส่งพนักงานที่มีความรู้ ความสามารถมาเรียนเพื่อเพิ่มสมรรถนะตนเอง เป็นต้น จากการรับฟังข้อคิดเห็นว่านี้ ศธ.และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ต้องไปหารือและจัดทำรายละเอียดร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว



