หลังนิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีมติยกเลิกให้มีตำแหน่งดาว เดือน และดาวเทียม ด้วยเสียงจากนิสิตชั้นปีที่ 1 ในคณะ ซึ่งเห็นว่าควรยกเลิกตำแหน่งดาว เดือน และดาวเทียม 142 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 54.62 ของผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 260 คน จากผู้มีสิทธิออกเสียทั้งหมด 288 คน ขณะที่ 113 คน หรือร้อยละ 43.46 เห็นว่าไม่ควรยกเลิก และ 5 คน หรือร้อยละ 1.92 ของผู้มาใช้สิทธิ เป็นบัตรเสีย
ที่มาของการจัดให้มีการลงประชามติครั้งนี้ เพื่อหาข้อสรุป กรณีการถกเถียงเรื่องประเพณีการจัดประกวดดาว เดือน และดาวเทียม ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ที่มีการถกเถียงว่าก่อให้เกิดการแบ่งแยกหรือไม่ เพราะตำแหน่งดาว เดือน มักถูกมองว่าเหมาะกับความสวย หล่อ ส่วนดาวเทียม มักถูกมองว่าเป็นตำแหน่งของผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือกลุ่ม LGBT
ถือเป็นการจุดประเด็นให้สังคมและนิสิต นักศึกษา หันมาทบทวน วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของกิจกรรมดังกล่าว และที่มาของกิจกรรมดาว เดือน และดาวเทียม
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านการประกวดดาวเดือนถือเป็นกิจกรรมที่สร้างสีสันในรั้วมหาวิทยาลัย เพราะเปิดโอกาสให้นิสติ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่กล้าแสดงออก มีความคิดสร้างสรรค์ได้แสดงความสามารถ เพื่อเป็นตัวแทนคณะ ไปร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย รวมถึงให้เฟรชชี่ปี 1 ทุกคนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นการละลายพฤติกรรมสร้างความสนิทสนมรักใคร่กลมเกลียวให้เกิดขึ้นภายในคณะ
ต่อมาได้เพิ่มการประกวดดาวเทียม เปิดพื้นที่ให้นิสิต นักศึกษา กลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBT เข้ามาเพื่อสร้างสีสัน เพื่อพื้นที่ให้ทุกเพศได้แสดงออก
“พิชาภพ เข็มพุดซา” หรือ “ซีเกมส์” นิสิตชั้นปีที่ 3 ในฐานะอุปนายกฝ่ายกิจการภายนอก สโมสรนิติคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ตัวแทนสิงห์ดำ บอกว่า ประเด็นหลักของเรื่องนี้ เพราะเห็นว่ากิจกรรมนี้มีความผิดเพี้ยน การประกวดดาวเดือนเน้นคัดเลือกผู้ที่มีหน้าตาดีสวย หล่อเป็นหลัก ขณะที่การประกวดดาวเทียม เกิดกระแสเชิงเสียดสีทางเพศ ท่ามกลางความจริงที่ว่าเราไม่สามารถเลือกเกิดได้ ทำให้การประกวดที่เน้นความสวย หล่อและแบ่งแยกเรื่องเพศ อาจไปละเมิดสิทธิ
ทั้งนี้ เมื่อ “เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล” นิสิตคณะรัฐศาสตร์ อดีตประธานสภานิสิต จุฬาฯ เปิดล่ารายชื่อนิสิตในคณะที่ไม่เห็นด้วย และเมื่อเสียงค้านให้ยกเลิกมากขึ้น จึงต้องทำให้เกิดความเป็นธรรม โดยใช้หลักประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้นิสิตชั้นปีที่ 1 ได้ลงประชามติ ซึ่งผลก็ออกมาให้ยกเลิก กิจกรรมประกวดดาว เดือน และดาวเทียมของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ประจำปีการศึกษา 2561 ส่วนปีต่อไปจะจัดประกวดต่อหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับมติของนิสิตในปีนั้น ๆ
การตัดสินใจครั้งนี้ เป็นมติของนิสิตชั้นปีที่ 1 เพราะเกี่ยวข้องโดยตรง ไม่มีแรงกดดันใดๆ จากรุ่นพี่ ถือเป็นวิถีประชาธิปไตย ที่ต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่
“คิดว่าสาเหตุหนึ่งที่นิสิตส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการประกวดดาว เดือน และดาวเทียมนั้น เพราะช่วงหลังเป้าหมายการประกวดมีความผิดเพี้ยนไป เน้นความสวย ความหล่อ ทั้งที่เป้าหมายที่แท้จริงของกิจกรรมนี้ เพื่อหาคนไปเป็นตัวแทนนิสิตของคณะไปร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้แต่ละกิจกรรมมีตัวแทนนิสิตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬาฯ หรือด้านอื่นๆ จึงอาจไม่จำเป็นต้องมีตัวแทนคณะอีก รวมทั้งงบประมาณที่ใช้จัดกิจกรรมดังกล่าวยังค่อนข้างมาก ถือเป็นการประหยัด” พิชาภพสรุปถึงที่มาและที่ไปของประชามติยกเลิกประกวดดาว เดือนและดาวเทียม
ขณะที่ตัวแทนสิงห์แดง อย่าง “ลูกมาร์ค” หรือ “ธนวัฒน์ จันผลึก” นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะคณะกรรมการนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์ มธ. อดีตดาวเทียม ปี 2560 มองต่างว่า การเลือกดาว เดือน และดาวเทียมของ มธ. ไม่ได้เน้นเฉพาะหน้าตา แต่ดูที่ความสามารถ กล้าแสดงอออก และไม่ได้แบ่งแยกเพศ เพราะเมื่อส่งเข้าสู่เวทีประกวดดาว เดือนของ มธ. จะเปิดโอกาสให้ทุกเพศแสดงความสามารถ ซึ่งก็เคยมีนักศึกษาที่เป็นเพศทางเลือกได้รับตำแหน่งดาวเดือนของ มธ.มาแล้ว การยกเลิกกิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นการปิดพื้นที่การแสดงออก ทุกเวทีล้วนเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาได้แสดงออก
“หากยกเลิกกิจกรรมนี้ แล้วบอกว่าเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ก็ต้องถามกลับว่า ถ้ายกเลิกไปแล้วยังจะมีความเท่าเทียมอยู่หรือไม่ เพราะการประกวดดาว เดือน และดาวเทียมไม่ใช่ดูแค่ความสวย ความหล่อหรือแบ่งแยกเพศ แต่เป็นอีกหนึ่งเวทีที่ให้นิสิต นักศึกษาได้แสดงความสามารถ และบางคนอาจรอคอยที่จะเข้าร่วมกิจกรรมนี้” ตัวแทนสิงห์แดงให้ความเห็นอีกด้าน
อย่างไรก็ตาม “ลูกมาร์ค” ยอมรับว่า หลังสิงห์ดำมีมติยกเลิกประกวดดาว เดือน และดาวเทียม ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ปีนี้คงไม่สามารถทำประชามติได้ทัน เพราะมีการคัดเลือกไปแล้ว หากปีหน้ามีการถกเถียงเรื่องนี้เกิดขึ้น ก็อาจต้องมีการทำประชามติ
“ส่วนกิจกรรมประกวดดาว เดือน และดาวเทียม ระหว่างสิงห์แดง-สิงห์ดำ ที่จะจัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 นั้น คงต้องหารือว่า จะปรับรูปแบบอย่างไร ถ้าทางสิงห์ดำ ไม่ส่งเข้าประกวด ก็อาจจะต้องปรับรูปแบบ แต่จะต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม”ตัวแทนสิงห์แดงสรุป
ทั้งนี้ ประเด็นเลิกหรือไม่เลิก ประกวดดาว เดือน และดาวเทียม ของสิงห์ดำไม่สำคัญ เท่านิสิตนักศึกษาที่ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านการลงประชามติ ตามวิถีประชาธิปไตย ที่ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งได้
สะท้อนไปถึงการลงประชามติหรือการเลือกตั้ง ที่จะช่วยแก้ปัญหาขัดแย้งระดับประเทศได้เช่นกัน

