หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา ‘บุญรักษ์’ตั้...

‘บุญรักษ์’ตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง บิ๊กสพฐ.เอี่ยวทุจริตครุภัณฑ์ ปี’58

6.11.18 | 17:15 น.

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยกรณีการจัดงบประมาณจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 279 ล้านบาท ที่ตรวจสอบพบว่านายณรงค์ เพชรล้ำ ผู้อำนวยการกลุ่มแผนและงบประมาณ สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย สพฐ.ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ เมื่อปีงบ 2558 ซึ่งเป็นช่วงที่นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นเลขาธิการ กพฐ.ตรวจสอบพบ ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้ทักท้วงถึงความไม่เหมาะสมที่จะให้นายณรงค์ แผ้วพลสง ผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นประธานกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายณรงค์ เพชรล้ำ เนื่องจากนายณรงค์ แผ้วพลสง ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ ปีงบ 2560 ขณะที่เป็นรองเลขาธิการ กพฐ.จึงสั่งการให้เปลี่ยนตัวประธานสอบสวนฯ และอยู่ระหว่างหาผู้เหมาะสม

นายบุญรักษ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนจะหารือกับนายอัมพร พินะสา และนายสนิท แย้มเกษร ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.ถึงการตั้งกรรมการสอบสวนฯ ใหม่ทั้งหมด รวมถึง นิติกรด้วย อีกทั้ง ตัวประธานกรรมการสอบสวนฯ ต้องเป็นข้าราชการไม่ต่ำกว่าระดับ (ซี) 9 เนื่องจากนายณรงค์ เพชรล้ำ เป็นข้าราชการซี 9 โดยตนจะลงนามตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ ในวันนี้ และจะรายงานให้ นพ.ธีระเกียรติทราบต่อไป เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญอยู่ในความสนใจของสังคม ส่วนนายณรงค์ เพชรล้ำ จะเกี่ยวข้องกับการทุจริตครุภัณฑ์ ปีงบ 2560 หรือไม่นั้น ต้องดูรายละเอียด และสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง

“เรื่องนี้ถูกตรวจสอบในสมัยที่นายการุณเป็นเลขาธิการ กพฐ.ส่วนผมเป็นผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.ซึ่งผมไม่ได้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง และในช่วง 3-4 เดือนนี้ ตรวจสอบพบว่าการดำเนินการเรื่องนี้ยังไม่สิ้นสุด จึงรายงานรัฐมนตรีทราบ และเร่งตรวจสอบ ส่วนทำไมเรื่องนี้จึงล่าช้า ผมไม่แน่ใจว่ามาจากสาเหตุใด ส่วนหนึ่งอาจเพราะกรรมการที่ทำหน้าที่สอบสวนฯ บางคนเกษียณอายุราชการไป” นายบุญรักษ์ กล่าว

นายบุญรักษ์กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดสรรงบครุภัณฑ์ในปีงบ 2562 จำนวน 400 ล้านบาท ตนมอบหมายให้นายสนิทจัดทำหลักเกณฑ์การจัดซื้อครุภัณฑ์ เพื่อเสนอให้ นพ.ธีระเกียรติชี้แนะ และมอบนโยบายอีกครั้งหนึ่ง โดยหลักการเบื้องต้น ต้องดูความจำเป็น และความต้องการของโรงเรียนเป็นหลัก และห้ามจัดสรรงบแบบท็อปดาวน์ลงไป