หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา มติมหา’ลัยทั่...

มติมหา’ลัยทั่วประเทศเสนอ ป.ป.ช.ทบทวนกก.-นายกสภา ยื่นบัญชีทรัพย์สิน

7.11.18 | 18:41 น.

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับตัวแทนที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) และอธิการบดีมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ หรือ ม.นอกระบบ หารือกรณีประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยประกาศดังกล่าว นอกจากจะกำหนดให้ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมทั้งตรวจสอบและเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของบุคคลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแล้ว แต่ยังรวมถึงนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภา และอธิการบดีของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยสงฆ์ มหาวิทยาลัยรัฐ มรภ. มทร. ส่งผลกระทบทำให้กรรมการ นายกสภาหลายคนเริ่มทยอยลาออก เนื่องจากไม่อยากวุ่นวายเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ว่า ที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการป้องกันและตรวจสอบไม่ให้มีการทุจริตในภาครัฐ ดังนั้นผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ อธิการบดี และรองอธิการบดีจึงควรยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ตามที่กำหนดในประกาศ แต่การที่ให้นายกและกรรมการสภาซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับด้านวิชาการเป็นหลัก ไม่ได้มีอำนาจเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐโดยตรง อันจะทำให้เกิดการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริหาร หรือเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร จึงไม่มีความจำเป็นที่จะกำหนดให้กรรมการสภาต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. 

นายสุชัชวีร์กล่าวต่อว่า ผลกระทบจากประกาศฉบับนี้ ทำให้นายกและกรรมการสภาบางแห่งไม่ประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพราะการยื่นบัญชีทรัพย์สินแม้ว่าจะเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพื่อธรรมาภิบาล แต่ก็เป็นการสร้างภาระให้แก่ผู้ที่ต้องยื่นทรัพย์สินมากเกินควร รวมทั้งต้องยื่นทรัพย์สินของคู่สมรสและบุตรด้วย ขณะเดียวกันระยะเวลาที่กำหนดไว้ในประกาศเพียง 60 วัน ไม่เพียงพอต่อการยื่นบัญชีทรัพย์สินให้ถูกต้องและครบถ้วนได้ ดังนั้นหากยื่นบัญชีผิดพลาดแม้ไม่ได้เจตนา ก็อาจมีโทษทางอาญาและถูกศาลพิพากษาจำคุกได้ จึงได้มีนายกและกรรมการสภาบางแห่งยื่นใบลาออกจากตำแหน่งแล้ว ส่งผลกระทบให้สภา มีกรรมการสภาไม่ครบองค์ประชุม ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ ส่งผลเสียต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัยและนิสิต นักศึกษา

“การประชุมครั้งนี้มีตัวแทนจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้าร่วม และมีมติเสนอให้ ป.ป.ช.พิจารณาทบทวนประกาศดังกล่าวให้มีความเหมาะสมกับการบริหารงานของมหาวิทยาลัย เพราะตอนนี้กรรมการสภาบางแห่งได้ยื่นลาออกแล้วจริงๆ ทำให้เกิดปัญหาและอาจส่งผลกระทบต่อนักศึกษา จากนี้จะทำหนังสือถึง ป.ป.ช.และเตรียมจะเข้าไปหารือกับประธาน ป.ป.ช.อย่างเป็นทางการต่อไป” ประธาน ทปอ.กล่าว 

ด้านนายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้นมีกรรมการแสดงความกังวล 1-2 คนเท่านั้น แต่ก็ยังรอฟังผลการตัดสินใจของ ป.ป.ช.ก่อน ซึ่งก็หวังว่ากรรมการสภา มก.จะไม่มีใครลาออก