‘หมอธี’วอน’กก.สภา’รอหน่อยอย่าลาออก รัฐบาลกำลังแก้ปัญหา

8.11.18 | 17:04 น.

กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกประกาศเรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และจะมีผลบังคับหลังวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา 30 วัน หรือวันที่ 1 ธันวาคม นี้ ที่ให้ผู้ดำรงตำแหน่งตามประกาศฉบับนี้ ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อ ป.ป.ช. ซึ่งพบว่าในข้อ7.8.7 กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารสูงสุดในสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ ทั้งอธิการบดี นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ต้องปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ด้วยนั้น

เมื่อวัน 8 พฤศจิกายน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ตนเข้าใจ ป.ป.ช. มีเจตนาที่ดี มีหน้าที่และมีอิสระในการออกประกาศฉบับนี้ แต่ต้องดูว่าเจตนาดี อาจจะไม่ส่งผลดีเสมอไปกับทุกภาคส่วน ซึ่งขณะนี้ภาคส่วนมหาวิทยาลัย ผู้ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินคือ อธิการบดี นายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภา โดนตำแหน่งอธิการบดีและรองอธิการบดี ในฐานะผู้บริหารต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน หนี้สินอยู่แล้ว แต่ทันทีที่มีประกาศฉบับนี้ออกมา ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันที คือ กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิอาจจะลาออก ไม่ต้องการยื่นบัญชีทรัพย์สิน และผลที่ตามมาคือ กระทบต่อการบริหารงานมหาวิทยาลัยอย่างมาก

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า กรรมการสภา ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ส่วนใหญ่มาจากภาคเอกชน เข้ามาเป็นกรรมการสภา ไม่มีอำนาจด้านปกครองหรือบริหารมหาวิทยาลัย เข้ามาเพื่อช่วยกำหนดนโยบายและทิศทางของมหาวิทยาลัยเท่านั้น เมื่อประกาศ ป.ป.ช. ออกมา กรรมการสภา บางคนแสดงความจำนงไม่ขอร่วมสังฆกรรมกับกฎนี้ จะลาออกกัน ทำให้การบริหารงานของมหาวิทยาลัยได้รับผลกระทบอย่างมาก จึงขอร้องกรรมการสภา อย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลกำลังพยายามแก้ไขปัญหาอยู่

“ขณะนี้มีทั้งฝ่ายคัดค้าน และฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายที่สนับสนุนเขาบอกว่าดี เพราะจะได้ตรวจสอบกรรมการสภา เนื่องจากกรรมการสภา เหล่านี้มีอำนาจหน้าที่อนุมัติ แต่งตั้งถอดถอนตำแหน่งใดก็ได้ แต่อย่าลืมว่าการถอดถอนนั้นไม่ได้ทำง่ายๆ มองว่าการกำกับการทำงานของกรรมการสภา การยื่นบัญชีทรัพย์สินก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้ กรรมการสภาจะทำงานได้ดี แต่ปัญหานี้ต้องคุยกันในแง่ของกฎหมายว่าจะแก้ไขอย่างไร ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. รับทราบปัญหาแล้ว กำลังหาทางแก้ไขปัญหากันอยู่ อีกทั้ง ทางมหาวิทยาลัยมีประชุมกันหลายกลุ่มเพื่อหารือถึงประเด็นนี้ คงมีข้อ เสนอไปให้ ป.ป.ช. พิจารณาอย่างเร่งด่วนต่อไป” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

นพ.ธีระเกียรติ  กล่าวต่อว่า ตนทราบว่าเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีการหารือร่วมกับกับตัวแทน ที่ประชุมอธิการมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) และอธิการบดีมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ หารือกันถึงประเด็นนี้ ซึ่งวันนี้นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) จะมารายงานผลการประชุมในตนทราบต่อไป

Advertisement

ด้าน นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ขณะนี้ ทปอ.อยู่ระหว่างร่างหนังสือและตรวจสอบถ้อยคำเพื่อแจ้งมติของ ทปอ.มรภ. ทปอ.มทร. และอธิการบดีมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ ขอให้ทบทวนการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนายกสภาและกรรมการสภาฯ โดยคาดว่าจะสามารถยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช.ได้ในวันที่ 9 พฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่า ทางป.ป.ช. รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และคงจะพิจารณาถึงข้อเสนอของมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายวิษณุ รองนายกรัฐมนตรี ลงมาดูแลเรื่องดังกล่าว เชื่อว่าทุกอย่างจะมีทางออกโดยเร็ว