เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) เปิดเผย ว่า ในการประชุมกมว. เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ประชุมได้อนุมัติรายละเอียดของหลักการกรอบมาตรฐานวิชาชีพครู จากเดิมมี 11 ด้าน ปรับลดเหลือ 4 ด้าน โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. ค่านิยมและคุณลักษณะความเป็นครู เช่น เป็นพลเมืองที่เข็มแข็ง ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีมีคุณธรรมและจริยธรรม ปฏิบัติหน้าที่ตามจรรยาบรรณวิชาชีพด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู เป็นต้น 2.ความรู้และศาสตร์การสอน เช่น รู้เท่าทันสังคม และการเปลี่ยนแปลงบริบทโลก รู้และเข้าใจเกี่ยวกับผู้เรียน จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาการศึกษา และจิตวิทยาการให้คำปรึกษา เป็นต้น 3.การปฏิบัติงานในหน้าที่ครู เช่น พัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนรู้ สื่อและการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นต้น และ 4. ความสัมพันธ์กัลป์ผู้ปกครองและชุมชน เช่น ร่วมมือกับผู้ปกครองในการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นต้น
นายเอกชัย กล่าวว่า กมว.จะต้องรีบจัดทำกรอบมาตรฐานวิชาชีพครูให้เสร็จ เนื่องจากขณะนี้ ทิศทางการสอนครูในอนาคต จะเป็นการสอนหลักสูตรผลิตครู 4 ปี ซึ่งตนทราบข้อมูลมาว่า ทุกสถาบันผลิตครู ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยกลุ่มเก่าจำนวน 17 แห่ง และมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) 38 แห่ง เห็นด้วยและพร้อมที่จะทำหลักสูตรผลิตครู 4 ปี ในปีการศึกษา 2562 เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นำกรอบมาตรฐานวิชาชีพไปพัฒนาและเป็นแนวทาง จัดทำร่างกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา (มคอ.) หรือ มคอ.1 หลักสูตรผลิตครู 4 ปี จึงต้องเร่งเสนอมาตรฐานวิชาชีพครูให้เสร็จโดยเร็ว ดังนั้น ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ตนจะเสนอมาตรฐานวิชาชีพครู 4 ด้าน ให้ที่ประชุมคุรุสภา ที่มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน พิจารณา ปรับปรุงหรือ อนุมัติเห็นชอบต่อไป
นายเอกชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณทางวิชาชีพ ไปพิจารณาทบทวนการประพฤติผิดจรรยาบรรณทางวิชาชีพใหม่ เพื่อให้ทันยุคทันสมัย โดยต้องเขียนกระชับและมีความชัดเจน เนื่องจากการประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพเดิมขาดความชัดเจน เช่น ต่อไปต้องกำหนดว่าครูต้องไม่แสวงหาจากประโยชน์จากหน้าที่การงานไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม โดยไม่ต้องลงรายละเอียด และตัวอย่างพึงประสงค์ ไม่พึงประสงค์มาเป็นกรอบ โดยพฤติกรรมที่เข้าข่ายความผิดในความคิดตน เช่น ครูที่สอนเปิดกวดวิชาแล้วบังคับลูกศิษย์ไปเรียน และถูกผู้ปกครองร้องเรียนว่าสอนเด็กไม่เต็มที่ สามารถนำเข้าพิจารณาความผิดจรรยาบรรณได้เลย
“หรือกำหนดว่าครูห้ามมีพฤติกรรมที่เสื่อมเสียต่อวิชาชีพ หรือพฤติกรรมที่เสียหายต่อภาพลักษณ์ เพียงกำหนดชัดเจนเท่านี้ ถ้าครูเล่นไลน์ เฟซบุ๊กจีบนักเรียน หรือใช้ภาษาในเชิงชู้สาว ก็ถือว่าครูประพฤติเสื่อมเสียแล้ว สามารถนำเข้าพิจารณาจรรยาบรรณได้เลย ” นายเอกชัย กล่าว
นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ สร้างมาตรฐานวิชาชีพในคน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ผู้บริหารสถานศึกษา 2.ผู้บริหารการศึกษา และ3.ศึกษานิเทศก์ วัตถุประสงค์ในการสร้างมาตรฐานวิชาชีพในกลุ่มคนเหล่านี้ เพื่อให้สถาบันที่เปิดสอนปริญญาโทด้านการศึกษา สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด โดยกำหนดระยะเวลาให้คณะอนุกรรมการทั้ง 2 ชุด ต้องเสร็จโดยเร็วภายใน 3-4 เดือนนี้
“ที่ประชุมหารือถึง การต่อใบอนุญาตวิชาชีพครู ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีการกำหนดเพดานขั้นต่ำของค่าต่อใบอนุญาตล่าช้า โดยครูที่ไม่ได้มาต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จะเสียค่าใช้จ่ายดังนี้ ค่าต่อใบอนุญาตล่าช้า 200 บาทต่อเดือน และค่าดำเนินการ 200 บาท ซึ่งตกประมาณ 400 บาทต่อเดือน ปัจจุบันมีครูจำนวนไม่เยอะมากที่ยังไม่ได้ต่อใบอนุญาต สาเหตุที่ครูไม่มาต่อไปอนุญาตอาจจะหลงลืม หรือสถานศึกษาไม่ได้แจ้งหรือตรวจสอบ หากครูลืมมาต่อใบอนุญาตเป็นระยะเวลา 2-3 ปี ยอดเงินที่ครูต้องชำระเป็นจำนวนค่อนข้างสูง ที่ประชุมจึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณากำหนดราคาเพดานขั้นสูงของค่าต่อใบอนุญาตล่าช้าและค่าดำเนินการให้ชัดเจนต่อไป” นายเอกชัย กล่าว

