ส่อวุ่นหนัก! ‘ผู้ทรงวุฒิ’ เมินนั่งกก.สภาชุดใหม่ หลังมธ.เทียบเชิญแทน ‘ชุดเก่า’ หมดวาระ

11.11.18 | 01:00 น.

กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกประกาศเรื่อง กำหนดตำแหน่งผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงิน แผ่นดิน เจ้าหน้าที่ของรัฐ ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรสทั้งที่จดทะเบียนและมิได้จดทะเบียน และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของบุคคล ซึ่งก่อให้เกิดการคัดค้านจากมหาวิทยาลัยอย่างกว้างขวางเกรงว่ากรรมการสภาจากคนนอกจะลาออกซึ่งจะทำให้เกิดสุญญากาศนั้น

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับประกาศป.ป.ช.ที่ให้นายกสภาและกรรมการสภา ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช. เพราะกรรมการสภาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการอนุมัติเรื่องเงิน เรื่องทอง งานกว่า 90% เกี่ยวข้องกับด้านวิชาการ อนุมัติหลักสูตร อนุมัติปริญญาบัตร ฯลฯ ทั้งนี้กรรมการสภาส่วนใหญ่ ไม่ได้อยากมาเป็น มหาวิทยาลัยต้องเชิญผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านั้นมาช่วย เพราะเรากำหนดคุณสมบัติไว้ค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามตนไม่ได้ปฏิเสธว่าภายในสถาบันอุดมศึกษาไม่มีเรื่องทุจริต แต่การทุจริตส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดเพราะสภา ต่างจากคณะกรรการบริหารรัฐวิสาหกิจทั่วไปที่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นการให้อธิการบดี และรองอธิการบดี ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ก็ถือว่าครอบคลุมเพียงพอแล้ว

“ในส่วนของมธ. เริ่มมีปัญหา โดยขณะนี้อยู่ในช่วงการสรรหากรรมการสภาชุดใหม่ เพื่อทำหน้าที่แทนกรรมการสภาชุดเดิมซึ่งกำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนธันวาคม 2561 นี้ ปรากฏว่า ผู้ที่ได้รับเชิญให้เข้ามาร่วมเป็นกรรมการสภาชุดใหม่ ปฏิเสธเกือบหมด ขณะที่กรรมการสภาปัจจุบันก็เตรียมที่จะลาออก 2-3 คน อาจจะกระทบกับการบริหารงานของมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้สามารถแก้ปัญหาได้หลายแนวทาง เพราะเป็นประกาศที่ป.ป.ช.ออกมาเอง ก็อาจใช้วิธีเลื่อนการบังคับใช้ไปก่อน แล้วหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไร หรือ ปรับแก้ประกาศใหม่ โดยดูเจตนารมณ์ที่แท้จริงของกฎหมาย แต่ไม่ว่าจะเลือกทางใด ก็คงต้องเร่งดำเนินการ หากปล่อยช้าจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ รับรองว่า กรรมการสภาหลายมหาวิทยาลัยจะต้องลาออกอย่างแน่นอน “นายสมคิดกล่าวและว่า ส่วนตัวเห็นว่า เรื่องนี้จะมีทางออกที่ดี เพราะทุกคนรู้ปัญหาหมดแล้ว เชื่อว่าจะมีทางออกที่เหมาะสมกับทุกฝ่าย