เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้า กรณีการจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 279 ล้านบาท ซึ่งนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ. ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสรุปสำนวนการสอบและเสนอตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 5 ราย แบ่งเป็นผู้บริหารระดับ 11 ระดับ 10 ข้าราชการระดับ 8 ของ สพฐ.2 ราย และผู้อำนวยการโรงเรียน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่า ฝ่ายกฎหมาย รายงานความคืบหน้า การพิจารณาผลการสรุปสำนวนสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบ ที่มีนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นประธาน ซึ่งทางทีมกฎหมายมีความสับสนในตรรกะ กับผลสรุปของทีมตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะถ้าหากสรุปตามนั้น ไม่รู้จะเอาผิดใครได้ คือ ในเรื่องเดียวกัน คนโอนเงินลงไป ซึ่งรองเลขาธิการในขณะนั้น ก็ผิด คนสั่งไม่ให้โอน คือเลขาธิการ กพฐ. ก็ผิดตรรกะตรงนี้จะตอบอย่างไร จึงหารือกับฝ่ายนิติกร ของสำนักงานปลัด ศธ.สรุปรายละเอียดให้ดี
“ผลสรุปที่ส่งขึ้นมายังไม่สมบูรณ์ตรรกะยังไม่ชัดในการเชื่อมโยง ฝ่ายนิติการจึงไม่เสนอขึ้นมาให้ผมพิจารณา เพราะถ้าเสนอต้องมีผลสรุป ว่าใครผิด จะสอบใคร ดังนั้นทางฝ่ายนิติการจะทำเรื่องไปถามคณะกรรมการตรวจสอบ ว่า มีที่มาอย่างไร การจะทำอะไรต้องใช้เหตุใช้ผล ไม่ใช่สรุปโดยใช้จิตนาการ หรือมีการตั้งธง ยกตัวอย่างเช่น คณะกรรมการตรวจสอบ สรุปว่า เลขาธิการ กพฐ. มีคำสั่งให้หยุดโอนเงิน เพราะโครงการนี้กำลังถูกสอบสวน เพราะฉะนั้นจะไม่โอนเงิน จะนำเงินไปทำโครงการใหม่ ฝ่ายตรวจสอบกลับระบุว่า การนำเงินไปทำโครงการใหม่ น่าจะส่อทุจริต ซึ่งเราน่าจะมีตรรกะว่า ขณะนี้มีกลิ่นไม่ดี จึงไม่โอนเงิน และเป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการที่ต้องคิดว่า จะแปลงงบประมาณ ไปทำอะไร ซึ่งเมื่อเดือนมกราคม 2561 เขารู้แล้วว่ามีการล็อกสเปก ก็ไปพูดในการประชุมที่หนึ่ง มีตรรกะอีกหลายเรื่องที่ยังไม่สอดคล้อง” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว และว่า ทั้งนี้ หากคณะกรรมการตรวจสอบฯชี้แจง แล้วฝ่ายนิติการเห็นพ้อง ก็เสนอขึ้นมาตั้งกรรมการสอบสวนวินัยใคร แต่หากว่าไม่มีเหตุผล ทำแล้วผิดกฎหมาย ก็ต้องไป เรื่องนี้ไม่มีมวยล้ม
ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่าเลขาธิการ กพฐ.ทราบแต่แรกว่าจะมีการทุจริต ไม่ใช่รัฐมนตรีตรวจสอบ นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า เลขาธิการ กพฐ.รู้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 แล้วว่ามีการทุจริต ซึ่งตอนนั้นเลขาธิการ กพฐ. เคยขึ้นมาถามตน แล้วตนก็สั่งว่าไม่ให้มีการท็อปดาวน์ โครงการใดมีกลิ่นให้เลิก เลขาธิการ กพฐ.ก็ไม่โอนเงิน
ถามต่อว่า ช่วงที่รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ เคยระบุว่า เป็นช่วงสุดท้าย ก่อนที่จะมีการโอนเงิน นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า ใช่ แต่ตอนนั้นรองเลขาธิการ กพฐ. ในขณะนั้นเป็นคนลงนามอนุมัติให้มีการโอนเงิน ขณะที่ผลสรุปออกมาว่า ทั้งเลขาธิการ กพฐ. และรองเลขาธิการ กพฐ.ในขณะนั้นเป็นคนผิด ต้องมาดูว่าจะเอาอย่างไร ส่วนการล็อกสเปก ยืนยันว่ามี แต่เป็นการดำเนินการในระดับล่าง ซึ่งเป็นไปได้ เพราะเกิดขึ้นประจำ พวกข้างล่างที่ทำการทุจริตเตรียมตัวออกจากราชการ

