‘นพ.อาวุธ’จ่อไขก๊อกอุปนายกมช. ชี้ประกาศป.ป.ช. ทำ’ม.’ได้ไม่คุ้มเสีย  5กก.สภานครพนมเล็งทิ้งเก้าอี้1ธ.ค.

15.11.18 | 23:06 น.

‘นพ.อาวุธ’จ่อไขก๊อกอุปนายกมช.  ชี้ประกาศป.ป.ช.ทำ’ม.’ได้ไม่คุ้มเสีย  5กก.สภานครพนมเล็งทิ้งเก้าอี้1ธ.ค. ด้าน ‘หมอธี’ วอนสภาใจเย็นอย่าเพิ่งลาออก

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นพ.อาวุธ ศรีศุกรี เลขาธิการกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) ในฐานะอุปนายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้พิจารณาข้อเสนอของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)กรณีเสนอให้ป.ป.ช.ทบทวนตำแหน่งตำแหน่งนายกและกรรมการสภาที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช. โดยป.ป.ช.พิจารณาแล้วยังยืนยันว่าเป็นตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีแต่จะขยายเวลาออกไป 60 วันหรือมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 โดยให้นายกและกรรมการสภา ตัดสินใจนั้นว่า ขณะนี้ตนรอฟังแนวทางจากป.ป.ช. ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหรือไม่ เบื้องต้นทราบว่ามีมติขยายเวลาการบังคับใช้ประกาศ ป.ป.ช. ให้อีก 60 วัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา แต่ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติ ตนคาดว่าจะมีกรรมการสภาลาออกจำนวนมาก ในส่วนของสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะมีกรรมการสภา ลาออกบ้างหรือไม่ เท่าที่ทราบมีกรรมการสภาที่แสดงเจตจำนงจะลาออกประมาณ 8 คน ส่วนจะลาออกจริงหรือไม่ อยู่ที่การตัดสินใจของกรรมการสภา อย่างไรก็ตามกรรมการสภาทำงานเป็นองค์คณะ ไม่มีอำนาจโดยตัวเอง และไม่มีอำนาจหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารเลย มีหน้าที่กำหนดนโยบาย อนุมัติหลักสูตรของหมาวิทยาลัยเท่านั้น

นพ.อาวุธ กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่ามีกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มาจากภาคเอกชนหลายคนเข้ามาช่วยมหาวิทยาลัยโดยสุจริตใจ เมื่อประกาศ ป.ป.ช. ฉบับนี้ออกมา กรรมการสภาหลายคนต่างถอดใจ เพราะต้องเผชิญกับกติกาที่สุ่มเสี่ยงถ้าชี้แจงทรัพย์สินไม่ละเอียด หรือหลงลืมชี้แจงทรัพย์สินไปโดยไม่ตั้งใจ อาจจะถูกดำเนินคดีอาญาได้ สำหรับมหาวิทยาลัยนั้น มองว่าเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย เพราะมหาวิทยาลัยจะสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน ยากขึ้น อาจจะส่งผลต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยด้วย และสำหรับตนคงจะลาออก เนื่องจากอายุมากแล้ว และไม่มีเวลาดำเนินการจัดทำเอกสาร และยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องหยุมหยิม และต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ ตนอาจจะรายงานทรัพย์สินไม่ครบถ้วน

นายภาวิช ทองโรจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยนครพนม และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ตนรอฟังความชัดเจนจาก คณะกรรมการป้องกันและปรามปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าตกลงแล้วสรุปผลอย่างไร เพราะจากที่อ่านข่าว เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวและขยายเวลาเพื่อรับฟังข้อมูลเพื่อแก้ปัญหา ส่วนตนค่อนข้างสบายตัว เนื่องจากตนดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยนครพนม มา 2 วาระติดกันแล้ว และในวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตนหมดวาระในตำแหน่งนายกสภาเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรักษาการ รอมหาวิทยาลัยสรรหานายกสภาคนใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่ง และขณะนี้ตนทราบว่ามีกรรมการสภา ประสงค์ลาออกจำนวน 4-5 ราย แต่ยังไม่ยื่นจดหมายลาออก เพราะรอฟังคำตอบจาก ป.ป.ช. ก่อน ถ้าในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ป.ป.ช.ไม่ให้ความชัดเจน พร้อมที่จะยื่นในลาออกทันที

“หากประกาศ ป.ป.ช. ประกาศใช้จริง ผลกระทบที่ตามมาคือ มหาวิทยาลัยจะหากรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ จากภาคเอกชนยากขึ้นแน่นอน นอกจากนี้ยังมีประเด็นข้อกฎหมายที่หลายฝ่ายวิจารณ์ว่าที่ ป.ป.ช.ตีความถูกหรือไม่ โดยเฉพาะที่ไปตีความตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 102 กำหนดว่า ในการดำเนินการตามมาตรา 28 (3 ) อย่างน้อยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้ ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อป.ป.ช. ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ที่กฎหมายของ ป.ป.ช. ตีความว่าจัดให้นายกสภา และกรรมการสภา คือผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง แต่ข้อท็จจริงแล้วกรรมการสภาไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง หรือเป็นผู้บริหาร กรรมการสภาไม่ได้มีอำนาจในการอนุมัติและบริหารงานมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตีความถูกผิดอย่างไรต้องว่ากันไป แต่สิ่งที่ตามมาคือ มหาวิทยาลัยจะวิ่งเข้าสู่สถานการณ์ที่จะหาผู้เข้ามาเป็นกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ จากภาคเอกชนยากขึ้น มหาวิทยาลัยจะขาดผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยออกความคิดเห็นเชิงนโยบาย” นายภาวิช กล่าว

Advertisement

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ตนได้สอบถาม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความชัดเจน ซึ่งนายวิษณุยืนยันว่า กรณีป.ป.ช.มีมติขยายเวลาการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วันไม่ใช่ชะลอแค่เฉพาะนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย แต่รวมถึงคนใหม่ทั้งหมดที่จะต้องยื่นตามประกาศ ซึ่งการยืดระยะเวลาดังกล่าวก็เพื่อให้ป.ป.ช.ได้มีเวลาไปพิจารณาอย่างละเอียดในแต่ละตำแหน่ง เพราะตอนนี้ข้อมูลยังไม่พอ ตรงนี้เป็นสิทธิของป.ป.ช. ขณะที่ นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. ก็ได้พูดเรื่องนี้ชัดเจน ดังนั้น ตนอยากขอให้กรรมการสภา และนายกสภาทุกคนใจเย็นรอก่อน อย่าเพิ่งลาออก

“วันนี้ผมก็จะบอกแบบเดิมอยู่ว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะป.ป.ช.ไม่ได้แถลงว่าจะไม่เปลี่ยนอะไร เพียงแต่ขอ 60 วัน เพื่อจะได้มีเวลาดูละเอียด ซึ่งป.ป.ช.มีอำนาจตามกฎหมาย ผมขอเวลาเพราะไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย แต่ถ้าถึงวันที่ 60 ครบกำหนดที่ขอชะลอ แล้ว ยืนยันว่า ต้องยื่น ถึงวันนั้นผมไม่ห้ามใคร แล้วแต่การตัดสินใจของทุกคน แต่ตอนนี้ผมอยากให้ใจเย็นรอก่อน ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว