กรณีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานต่อ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) หลังตรวจพบโรงเรียนในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดร้อยเอ็ด มีการรายงานข้อมูลนักเรียนที่เป็นเท็จ โดยในจังหวัดอุบลราชธานี พบโรงเรียนแห่งหนึ่งนำรายชื่อนักเรียน ประมาณ 40 คน จากโรงเรียนที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 60 กิโลเมตร มาใส่ในโรงเรียนตนเอง ส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ก็พบรายชื่อเด็กผีในลักษณะคล้ายกัน โดยนพ.ธีระเกียรติ ซึ่งได้สั่งการให้ สพฐ.ไปดำเนินการตรวจสอบโดยเร็วนั้น
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ค่อนข้างที่จะรัดกุม ในการจ่ายเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนในสังกัด เนื่องจากสช. จะทำการเช็คยอดนักเรียนจากสถานศึกษาทุกเดือน เพื่อตรวจสอบจำนวนเด็กเข้า-ออกจากโรงเรียน ก่อนที่จะดำเนินการโอนเงินอุดหนุนไปให้
“ยอมรับว่าที่ผ่านมามีปัญหาอยู่บ้าง แต่ขณะนี้มีระบบการตรวจสอบที่ดีขึ้น ทำให้ปัญหานี้ลดลงไปบ้าง ส่วนหากตรวจพบว่า โรงเรียนให้ข้อมูลตัวเลขเด็กที่เป็นเท็จ สช. สามารถดำเนินการตาม พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 ได้ทันที หรือหากพบว่าโรงเรียนทำงานผิดพลาด แจ้งจำนวนนักเรียนไม่เป็นความจริง สช. จะใช้มาตรการเรียกเงินส่วนที่เกินคืนพร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ตั้งแต่วันที่รับเงินจนถึงวันที่คืนเงิน” นายชลำ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีข่าวว่าพบการทุจริตของสถาบันการศึกษาเอกชนแห่งหนึ่งใน จังหวัดกาญจนบุรี ที่มีเทคนิคการทุจริตของผู้บริหารของโรงเรียน ด้วยวิธีการสร้างนักเรียนล่องหนขึ้นมา หรือใช้ชื่อเด็กแรกเกิดมาเป็นชื่อนักเรียนในโรงเรียน เพื่อเรียกรับเงินอุดหนุนของรัฐ จาก สช. ขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นายชลำ กล่าวว่า สช. ไปร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดกับทางโรงเรียนแห่งนี้แล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามดำเนินคดี ส่วนตนจะส่งเรื่องหนังสือไปยัง ศึกษาธิการ (ศธจ.) จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อขอให้ติดตามความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวต่อไป

