น.ส.อาภรณ์ บางเจริญพรพงค์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) กรุงเทพ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.กรุงเทพ ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ร่วมกับสมาคมเสริมสวยแห่งประเทศไทย และชมรมอาชีพนวดและสปาเพื่อส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม พร้อมพัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาตรี สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจสุขภาพและความงาม คาดว่าจะเปิดปีการศึกษา 2560 นี้ โดยจะเปิดสอนใน 2 รูปแบบ คือ 1.หลักสูตรระดับปริญญาตรี ใช้เวลาเรียน 4 ปี ได้รับปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) เพื่อให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้ไปแก้ปัญหาในการทำงาน และนำไปต่อยอดทำงานวิจัยได้ในอนาคต และ 2.หลักสูตรอบรมระยะสั้น ได้รับใบประกาศนียบัตรตามระดับ เพื่อเสริมความเข้มแข็งทางวิชาชีพ และรับประกันความรู้ทางวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย จะช่วยสร้างความมั่นใจมาตรฐานความปลอดภัยในการประกอบธุรกิจ

“ปัจจุบันธุรกิจเครื่องสำอางสุขภาพ และความงามเป็นธุรกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มมากขึ้นทุกปี ดังนั้น เพื่อยกระดับฝีมือคนไทยให้มีโอกาสทางการแข่งขันสูง และมีความโดดเด่นกว่าประเทศอื่นๆ มหาวิทยาลัยจึงมีนโยบายในการผลิตบุคลากรด้านสุขภาพ และความงาม มุ่งพัฒนาทักษะทางวิชาการให้กับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจนี้ เพื่อจะพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการให้มีความพร้อม และนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้กับความชำนาญในวิชาชีพให้ประกอบธุรกิจได้อย่างมีคุณภาพ การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังกันระหว่างภาคการศึกษา และสมาคม ชมรม ทางวิชาชีพ เพื่อนำเอาจุดแข็ง และความชำนาญเฉพาะด้านตลอดจนทรัพยากรที่แต่ละองค์กรมีอยู่ เข้ามาช่วยกัน เพื่อสร้างบัณฑิตระดับปริญญาตรีที่มีคุณภาพ และตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม รวมถึง ยกระดับทักษะความรู้ความชำนาญ และมาตรฐานฝีมือให้กับคนในวิชาชีพควบคู่กันไป” น.ส.อาภรณ์กล่าว
น.ส.อาภรณ์กล่าวอีกว่า คณะวิทยาศาสตร์ฯ มีความพร้อมในคณาจารย์ที่มีองค์ความรู้ทางวิชาการ และสถานที่ ทั้งห้องเรียน และห้องทดลองทางเคมี ขณะที่สมาคมเสริมสวยแห่งประเทศไทย และชมรมอาชีพนวดและสปาเพื่อส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม โดดเด่นในเรื่องของฝีมือการปฏิบัติ และพร้อมเป็นผู้สอนทักษะภาคการปฏิบัติ รวมถึง ยังเป็นสถานที่ฝึกงาน และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงให้กับผู้เรียน ภายใต้ความร่วมมือนี้ ยังรวมไปถึงความร่วมมือด้านงานบริการวิชาการที่จะเข้าไปช่วยพัฒนาทักษะความรู้ และประสบการณ์ให้กับชุมชน และผู้ประกอบการขนาดเล็กอีกด้วย เพื่อพัฒนาทักษะฝีมือและยกระดับคุณวุฒิวิชาชีพให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยคาดว่าจะเริ่มเปิดการเรียนการสอนได้ในปีการศึกษา 2560 และหวังว่าจะเป็นโครงการนำร่องที่ทำให้เกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วน ทั้งการผลิตบุคลากรป้อนสู่ความต้องการของตลาดแรงงาน ตลอดจนการยกระดับรายได้ให้ก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

