จากการที่รัฐบาลตระหนักและให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในมิติต่างๆ โดยเฉพาะการเพิ่มรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อยในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ
โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น เป็นหนึ่งในโครงการที่ถือได้ว่ามีส่วนสำคัญกับการตอบสนองนโยบายรัฐบาล เมื่อธนาคารออมสินจับมือกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับวิสาหกิจหรือผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพและสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน
นายชาติชาย พายุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ในฐานะผู้มีส่วนสำคัญกับการสนับสนุนโครงการ กล่าวว่า ธนาคารออมสินได้มีแผนดำเนินงานเสริมสร้างและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นในปี 2560-2561 จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศในเบื้องต้น จำนวน 16 สถาบันเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 เพราะสถาบันอุดมศึกษาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ มีองค์ความรู้ ภูมิปัญญารวมถึงบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการร่วมมือกันทั้งด้านการบริหารจัดการ ด้านบัญชี การตลาด และการผลิตเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงแก่เศรษฐกิจ สังคม และชุมชนอย่างยั่งยืน
สำหรับการดำเนินการโครงการดังกล่าว ธนาคารออมสินจะสนับสนุนงบประมาณให้แต่ละมหาวิทยาลัย จัดนักศึกษาโดยมีอาจารย์เป็นที่ปรึกษา เข้าไปยกระดับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ที่สำคัญคือการต่อยอดเพื่อนำไปสู่การเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการและชุมชน ซึ่งจากการติดตามและประเมินผล พบว่าทุกมหาวิทยาลัยดำเนินการได้เป็นอย่างดียิ่งบรรลุตามวัตถุประสงค์และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลรวมทั้งวิสัยทัศน์ของธนาคารที่เน้นการเป็นองค์กรที่มากกว่าธนาคารเพื่อสังคม ซึ่งปีต่อไปธนาคารพร้อมจะสนับสนุนต่อไป

ด้าน ดร.เสนีย์ สุวรรณดี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ในฐานะหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมและรับผิดชอบโครงการนี้ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เป็นหนึ่งใน 16 สถาบันและเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกที่ได้มีส่วนร่วมกับการตอบสนองนโยบายรัฐบาล และยกระดับการพัฒนาของชุมชน โครงการนี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงมอบหมายให้ศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ เป็นแกนกลางในการประสานร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ และคณะต่างๆ ด้วยการเปิดโอกาสให้นักศึกษาและอาจารย์ เข้าถึงชุมชนสามารถใช้องค์ความรู้ นวัตกรรมและประสบการณ์ไปบูรณาการด้านภูมิปัญญากับชุมชนเพื่อยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค จากการดำเนินการพบว่า วันนี้ผู้ประกอบการเกิดการตื่นตัว มีขวัญกำลังใจในการประกอบอาชีพ ที่น่าสนใจยิ่งจากการจัดโครงการดังกล่าวสามารถเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนมากขึ้นจากเดิมที่ไม่ค่อยดีนักแต่หลังเข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้น 100-200%
น.ส.ชลมารค มนต์กันภัย (นาเดีย) นักศึกษาสาขาการบัญชี คณะบริหารธุรกิจ กล่าวว่า นับเป็นความโชคดีของหนูที่ได้เข้าร่วมโครงการดีๆ ที่ธนาคารออมสินและมหาวิทยาลัยจับมือเพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน การนำความรู้และนวัตกรรมตลอดจนประสบการณ์จากห้องเรียนสู่การปฏิบัติจริงจึงถือได้ว่านี่คือหัวใจของการเรียนในโลกแห่งความเป็นจริงที่เราได้เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านตลอดจนความต้องการต่างๆ การเข้าร่วมโครงการและลงภาคปฏิบัติครั้งนี้ถือได้ว่าโครงการดังกล่าวได้คืนกำไรให้กับสังคม และนักศึกษาอย่างที่จะหาที่อื่นไม่ได้ และตนเองจะนำประสบการณ์ครั้งนี้ไปถอดบทเรียนเพื่อพัฒนาสังคมและตนเองในอนาคตต่อไป
น.ส.ชลมารค มนต์กันภัย
นายปิยะรัฐ ใหม่วงศ์ (โต้) นักศึกษาสาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สะท้อนความรู้สึกว่า ตนเองมีความมุ่งมั่นมานานแล้วว่าวันหนึ่งจะหาโอกาสเข้าร่วมพัฒนาสังคมในมิติของจิตอาสาในฐานะนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ที่มหาวิทยาลัยสอนให้นักศึกษาตระหนักและให้ความสำคัญกับคุณค่า คุณธรรมและคุณประโยชน์ วันนี้ได้เจอโอกาสดีๆ ที่ใฝ่หาแล้ว โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น เป็นหนึ่งในโครงการที่ตอบสนองนโยบายแห่งรัฐที่ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ โดยใช้ชุมชนและท้องถิ่นเป็นฐานนักศึกษาและอาจารย์ที่เข้าไปมีส่วนร่วมจึงได้เรียนรู้และเข้าใจในวิถีชีวิตของชุมชนอย่างแท้จริง
นายปิยะรัฐ ใหม่วงศ์
โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในโครงการต้นแบบที่ธนาคารออมสินได้ขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากโดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นฐานกำลังสำคัญในการสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของประเทศแห่งอนาคต

