เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน นางอุษณีย์ ธโนศวรรย์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวถึงกรณีที่ผู้อำนวยการโรงเรียน ยื่นฟ้องคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ต่อศาลปกครองกลางให้เพิกถอนหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตาม ว24/2560 กรณีกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องขอย้ายตามข้อ 1.1 และข้อ 1.3 ใหม่ ตาม ว24 ดังนี้ 1.1 ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งดังกล่าว ในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือน นับถึงวันที่ 30 กันยายนของปีที่ยื่นคำร้องขอย้าย ทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่ได้รับการพิจารณาย้ายในรอบการย้ายปี 2559 ทั่วประเทศ จะไม่สามารถเขียนคำร้องขอย้ายในรอบปี 2561 ได้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เพราะบางเขตพื้นที่ฯ ดำเนินการย้ายเรียบร้อยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 แต่บางเขตพื้นที่ฯ ย้ายเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2559 หากกำหนดให้นับถึงวันที่ 30 กันยายนของปีที่ยื่นคำร้องขอย้าย จะทำให้ผู้ที่ย้ายในเดือนพฤศจิกายน 2559 เสียสิทธิในการย้ายรอบนี้ทันที ว่า จนถึงขณะนี้ศาลปกครองกลาง ยังไม่มีคำสั่งใดมาที่ก.ค.ศ. ซึ่งหากสพฐ.ดำเนินการย้ายเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถจัดสอบคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษารอบใหม่ได้ทันที
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากภายหลังศาลรับคำฟ้อง การย้ายในรอบที่ผ่านมา และการสอบผู้อำนวยการสถานศึกษาจะสะดุดหรือไม่ นางอุษณีย์ กล่าวว่า ต้องรอดูว่าศาลจะสั่งว่าอย่างไร แต่ตอนนี้ยังไม่ศาลยังไม่มีคำสั่ง ก็สามารถดำเนินการได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใช้ช่องว่างของหลักเกณฑ์การย้าย ซึ่งไปผูกพันกับขนาดโรงเรียน นำรายชื่อเด็กผีมาใส่ทะเบียนนักเรียน เพื่อให้ย้ายไปโรงเรียนขนาดใหญ่ได้นั้น นางอุษณีย์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า มีการนำรายชื่อเด็กที่ไม่มีตัวตนในโรงเรียนหรือเด็กผี มาใส่ไว้จริงหรือไม่ รอให้มีความชัดเจนก่อน อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการกำหนดเกณฑ์ย้ายตามขนาดโรงเรียน ทำให้มีเรื่องจำนวนนักเรียนเข้ามาเกี่ยวข้อง
“เร็ว ๆ นี้ดิฉันจะนัดหารือกับทางสพฐ. เพื่อหาแนวทางแก้ไข ส่วนมีการปรับหลักเกณฑ์ หรือวางมาตรการแก้ปัญหาอย่างไรนั้น ต้องรอหารือสพฐ. รวมถึงให้มีความชัดเจนว่า ปัญหาที่แท้จริง อยู่ตรงไหน อย่างไร เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นเพราะอนาคตแด็กจะลดจำนวนลงเรื่อย ๆ การนำเกณฑ์ย้ายไปผูกกับขนาดโรงเรียนและจำนวนนักเรียน ก็เป็น เหมือนเป็นการแบ่งเกรดโรงเรียน ซึ่งคงต้องพูดคุยกับสพฐ. จะต้องปรับอะไรหรือไม่“นางอุษณีย์กล่าว

