หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา ‘หมอธี’เจอพิร...

‘หมอธี’เจอพิรุธ ‘ยูนิเน็ต’ ส่อล็อกสเปก

19.11.18 | 17:05 น.

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจาก บริษัทเอกชน ถึงการดำเนินโครงการเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา หรือ ยูนิเน็ต (UniNet) ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ว่าการจัดประกวดราคาของโครงการยูนิเน็ต มีบริษัทเข้ารับการประมูล จำนวน 13 ราย แต่มีผู้มายื่นคุณสมบัติเพื่อขอประกวดราคาเพียง 3 ราย และในจำนวนนี้เมื่อมีการประกวดราคาอิเลกทรอนิกส์ หรืออี-บิดดิ้ง แล้วพบว่า มีราคาต่ำกว่าราคากลางที่กรมบัญชีกลางกำหนดเพียง 100,000 บาท ทั้งที่งบประมาณของโครงการนี้มากถึง 200 ล้านบาท ตนจึงมอบหมายให้ พล.อ.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ. และทีมกฎหมายไปตรวจสอบ ผลตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า การเขียนขอบเขตงานหรือ ทีโออาร์ บางข้อเขียนเฉพาะเจาะจงเกินไป เช่น บริษัทที่เข้าประมูลต้องมีสำนักงานอยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตรจาก สกอ.ซึ่ง นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) หารือไปยังกรมบัญชีกลางว่าการเขียนข้อกำหนดเช่นนี้ เป็นการล็อกคุณสมบัติหรือไม่ ดังนั้นตนได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมอบให้ นายอำนาจ วิชยานุวัติ รองปลัด ศธ. เป็นประธาน ให้ลงไปดูรายละเอียดในทีโออาร์ เพราะได้ตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องพบว่า อำนาจในการตรวจสอบรายละเอียดของทีโออาร์ เป็นอำนาจของรัฐมนตรี ไม่ใช่อำนาจของเลขาธิการ กกอ.

“การสอบครั้งนี้ไม่ได้สอบใครเป็นการเฉพาะ สอบในเรื่องทีโออาร์เท่านั้น แต่ถ้าพัวพันไปถึงใครก็โดนหมด ซึ่งเรื่องนี้คาดว่าจะจบเร็ว เพราะทีโออาร์มีอยู่ชัดเจนว่าล็อกสเปกจริงหรือไม่ เช่น ที่กำหนดว่าต้องห่างจากสกอ.1 กิโลเมตร แต่เท่าที่ทราบในข้อกำหนดเดิมไม่มีเงื่อนไขนี้ แล้วครั้งนี้มีได้อย่างไร อีกทั้งยัง เป็นครั้งแรกที่ผมสั่งให้ สกอ.ดำเนินการเปิดประมูล ส่วนที่นายสุภัทร จะถามไปยังกรมบัญชีกลาง ซึ่งความเห็นของกรมบัญชีกลางเป็นเพียงความคิดเห็น ไม่ได้กำหนดว่าล็อกสเปกหรือไม่ล็อกสเปก เพราะในประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ฝ่ายกฎหมายต้องเป็นผู้ชี้ แต่ที่สุดถ้ามีการถกเถียงว่าฝ่ายกฎหมายชี้ผิด ก็ต้องไปสู่ขั้นตอนของศาล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การประมูลจบแล้ว แต่กลับมีคนโวยวายและทำหนังสือร้องเรียนขึ้นมา พอส่งคนไปสืบ ทีมกฎหมายผมก็ยืนยันว่าพบข้อพิรุธ และผมมองว่าเรื่องนี้ก็คงคล้าย MoeNet”

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และขณะนี้การประมูลก็เสร็จสิ้นแล้ว จากนี้จะต้องชะลอกระบวนการก่อนหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า เรื่องนี้ใครมีหน้าที่ก็ต้องไปดู ตนไม่ทราบต้องไปถามเลขาธิการ กกอ.ถ้าพูดอะไรไปเหมือนตนไปสั่งให้เขาทำตาม แต่เมื่อมีคนร้องเรียนและรู้แล้วว่าอาจจะมีการล็อกสเปกก็ต้องลงไปตรวจสอบ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับบริษัทเอกชน การล็อกสเปกต้องมาจากคนที่ออกสเปก เป็นเรื่องคนของ ศธ.ที่ต้องจัดการ อย่างไรก็ตาม ถ้าพบว่ามีการล็อกสเปกจริง แล้วยังไม่จ่ายเงิน จะเดินหน้าต่อหรือไม่ และบริษัทที่ชนะการประมูลเป็นเจ้าเดียวกับผู้ที่เคยดำเนินการอยู่หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ถ้ากรณีนี้เลขาธิการ กกอ.เป็นผู้ลงนามในทีโออาร์ จะต้องมีความผิดด้วยหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ถ้าตรวจสอบถึงใคร ก็โดนหมด ซึ่งคณะกรรรมการตรวจสอบ จะลงไปดูว่าล็อกได้อย่างไร ใครรับผิดชอบแค่ไหน และหากเลขาธิการ กกอ.เซ็นจริงแต่ไม่รู้อะไร ก็อาจจะผิดในแง่ไม่อ่านให้ละเอียด หรือสรุปมาว่าไม่มีการล็อกสเปก ก็จบกันไป