‘สุภัทร’ พร้อมแจงกก.สอบ ‘ยูนิเน็ต’ หลัง ‘หมอธี’ พบพิรุธส่อล็อกสเปก

20.11.18 | 16:18 น.

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยถึงกรณี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากบริษัทเอกชนถึงการดำเนินโครงการเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา หรือยูนิเน็ต (UniNet) ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่มอบหมายให้ พล.อ.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ. และทีมกฎหมายไปตรวจสอบ โดยผลตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าการเขียนขอบเขตงานหรือทีโออาร์บางข้อเฉพาะเจาะจงเกินไป เช่น บริษัทที่เข้าประมูลต้องมีสำนักงานอยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตรจาก สกอ.อาจจะเป็นการล็อกสเปกหรือไม่ ล่าสุดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้นว่า เป็นอำนาจที่รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ที่จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหากพบข้อพิรุธ อย่างไรก็ตามตนไม่กลัวการตรวจสอบและเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องเข้าไปชี้แจงทุกข้อกล่าวหา ส่วนข้อกล่าวหาว่าทีโออาร์อาจจะล็อกสเปกนั้น ตามขั้นตอนแล้วจะมีคณะกรรมการเขียนทีโออาร์ เมื่อคณะกรรมการกำหนดทีโออาร์เสร็จแล้ว จะออกประกาศต่อสาธารณะ เพื่อให้บุคคลที่สนใจเข้าไปอ่าน และเท่าที่ทราบขณะที่ลงประกาศไม่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ มีเพียง 2-3 ราย เข้ามาขอรายละเอียดเพิ่มเติมเท่านั้น

นายสุภัทรกล่าวว่า ผู้ที่ร้องเรียน ตนทราบว่าไม่ได้เป็นผู้มารับเอกสารรายละเอียดการประมูล และไม่ได้เข้าร่วมประมูลด้วย ถือว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประมูลเลย อีกทั้งข้อร้องเรียนที่ตนอ่านนั้น มีอยู่ 2-3 ข้อ ที่อ่านแล้วสงสัย เช่น บริษัทที่เข้าประมูลต้องมีสำนักงานอยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตรจาก สกอ. แต่ความจริงสำนักงานที่ต้องตั้งอยู่ใกล้ สกอ.เป็นสำนักงานประสานงาน ที่ต้องมีคนประจำเพื่อคอยประสานงานระหว่างกันตลอด 24 ชั่วโมงเท่านั้น หากหาตึกหรือห้องที่มีเนื้อที่ 20-30 ตารางเมตรเช่าได้ ก็สามารถตั้งสำนักงานได้แล้ว ซึ่งบริเวณรอบ สกอ.มีตึกให้เช่าจำนวนมาก มีราคาเช่าสมเหตุสมผล ส่วนสำนักงานใหญ่จะอยู่ตรงไหนก็ได้ โดยบริษัทที่ชนะประมูลต้องตั้งสำนักงานประสานงานใกล้กับ สกอ.หลังจากที่ชนะประมูลภายใน 1 เดือน

“ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่า กำหนดให้มีอุปกรณ์ไว้คอยซ่อมแซมหรือเปลี่ยน เมื่อมีอุปกรณ์ได้รับความเสียหายนั้น ทีโออาร์ไม่ได้กำหนดยี่ห้อไว้ เพียงแต่บอกว่าต้องเป็นอุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เท่าที่ดูมีอยู่ 4-7 ยี่ห้อที่บริษัทผู้ชนะประมูลสามารถเลือกใช้ได้ แต่ผู้ร้องเรียนกลับบอกว่าการที่ไม่กำหนดยี่ห้อ ถือเป็นการล็อกสเปก เพราะคนที่เคยทำหรือเป็นลูกค้าเก่าจะรู้สเปกอยู่แล้ว ผมอ่านแล้วงงมาก เพราะเรื่องเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับการล็อกสเปก แต่เป็นเรื่องของขั้นตอนและวิธีการดำเนินงานมากกว่า” นายสุภัทรกล่าว และว่า อย่างไรก็ตามตนพร้อมชี้แจงต่อสาธารณะ ส่วนคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ติดต่อมาให้ตนเข้ามาชี้แจงหรือยังนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ ส่วนตัวอยากได้คนกลาง หรือคนนอกที่ตรงไปตรงมา หรือคนที่มาจากกระทรวงอื่น เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ถือว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องอินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีเข้ามาร่วมเป็นกรรมการตรวจสอบด้วย เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว จากนี้ต้องชะลอกระบวนการหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องถามกรมบัญชีกลางว่าควรทำอย่างไร ขณะนี้กำลังทำหนังสือสรุปประเด็นที่ถูกร้องเรียน เพื่อเสนอให้กรมบัญชีกลางพิจารณาให้ความเห็น คาดว่าภายในสัปดาห์นี้สามารถส่งหนังสือได้

ด้าน นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า เป็นสิทธิของนายสุภัทร สามารถออกมาชี้แจงได้ และขณะนี้ตนมอบหมายให้ นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.เข้าไปดูแลแล้ว เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย ซึ่ง นพ.อุดมรับผิดชอบดูแลอยู่

Advertisement