หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา ‘หมออุดม’ลงพื...

‘หมออุดม’ลงพื้นที่ขับเคลื่อนPartnership School เน้นยกระดับมาตรฐานการศึกษา-ดึงชุมชนร่วมพัฒนา ร.ร.

24.11.18 | 04:15 น.

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) ที่โรงเรียนชุมชนบ้านสี่แยก อำเภอนาบอน จ.นครศรีธรรมราช โดยมี นพ.ปรีชา สุนทรานันท์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. นายสนิท แย้มเกษร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นายมีชัย วีระไวทยะ ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิ วีระไวทยะ นายสุรพล เพชรวรา อดีตเอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐชิลี ประธานร่วมโรงเรียนมีชัยพัฒนา จ.บุรีรัมย์ ตัวแทนสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน จ.กระบี่  ว่า โครงการ Partnership School เป็นโครงการที่ต่อยอดมาจากโรงเรียนสานพลังประชารัฐ ซึ่งสอดคล้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 “รัฐเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา” เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในการบริหารจัดการ ร่วมพัฒนา และสนับสนุนสถานศึกษาภายใต้การดูแลของ ศธ. เป็นการพัฒนาคุณภาพและนวัตกรรมการจัดการศึกษาให้โรงเรียนสามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตให้แก่ผู้เรียนเป็นอย่างดี และสำหรับโรงเรียนชุมชนบ้านสี่แยก ถือเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่มีความสำเร็จและความก้าวหน้าในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบหลักสูตรที่มีความเชื่อมโยงกับบริบทเชิงพื้นที่ โดยเน้นทั้งวิชาการและวิชาชีพ พร้อมมีแหล่งเรียนรู้ที่โดดเด่น การทำเกษตรกรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสร้างแหล่งเรียนรู้ตามธรรมชาติในชุมชนได้อย่างน่าสนใจ

นพ.อุดม กล่าวต่อว่า โดยหลักการของการดำเนินการโรงเรียนร่วมพัฒนา มีเป้าหมายตอบโจทย์บริบทของพื้นที่ เชื่อมโยงกับชุมชนจริง ๆ และรองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี จะทำให้ได้ต้นแบบที่มีความเข้มแข็ง ก่อนที่จะขยายไปสู่โรงเรียนอื่นอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในส่วนของระบบบริหารจัดการ กระทรวงศึกษาธิการมีความพยายามปรับให้เป็นระบบพิเศษ พร้อมปลดล็อคกฎระเบียบเพื่อให้เกิดความคล่องตัว และมุ่งผลสัมฤทธิ์การศึกษาอย่างจริงจัง

“สิ่งที่คาดหวังคือ การปรับตัวของผู้บริหารและครู ด้วยกระบวนการทำงานและการเรียนแบบใหม่ นอกจากจะต้องเน้นการเรียนด้วยการตั้งคำถาม และการปฏิบัติจริงแล้ว รูปแบบการเรียนแบบไม่เป็นทางการก็เป็นสิ่งสำคัญ ต่อการปรับตัวรองรับการเรียนรู้แบบออนไลน์ ผ่านสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย จะช่วยเตรียมคนของเราให้เติบโตและอยู่รอดในโลกอนาคตได้ ในส่วนของโรงเรียนอื่น ๆ ในพื้นที่นี้ ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ก็สามารถนำแนวคิดของโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาไปปรับปรุงพัฒนาไปพลางก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมผลักดันตัวเองเข้าร่วมโครงการในปีต่อไป” นพ.อุดม กล่าว

ด้านนายมีชัย กล่าวว่า  มูลนิธิมีชัยวีระไวทยะร่วมกับ IKEA Southeast Asia ได้ให้การสนับสนุนโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา โรงเรียนชุมชนบ้านสี่แยก เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการส่งเสริมด้านศีลธรรมจริยธรรม การพัฒนาตนเองและสภาพแวดล้อมอื่น ๆ โดยการดึงชุมชนที่มีความเข้มแข็งร่วมพัฒนาโรงเรียน โดยทาง มูลนิธิมีชัยวีระไวทยะ ได้ส่งบุคลากรเข้ามาร่วมทำงาน ร่วม คิด ร่วมวางแผนเพื่อกำหนดทิศทาง และสิ่งหนึ่งที่ต้องการเห็นคือความร่วมมือจากชุมชนเป็นหลัก ผสานกับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน ที่จะช่วยกันสร้างภาพความสำเร็จให้เกิดขึ้นต่อตัวนักเรียนต่อไป

Advertisement