เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พล.อ.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีโครงการเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา หรือยูนิเน็ต (UniNet) ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) หลังมีการร้องเรียนว่าการเขียนขอบเขตงานหรือทีโออาร์บางข้อส่อเฉพาะเจาะจงเกินไป เช่น บริษัทต้องมีสำนักงานอยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตรจาก สกอ. อาจเข้าข่ายล็อกสเปกหรือไม่ เป็นต้น ว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เชิญนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เข้ามาพูดคุยแล้ว ซึ่งนายสุภัทร มั่นใจทีโออาร์ แต่ทางทีมงานมองว่า รายละเอียดทีโออาร์บางข้อดูเจาะจงเกินไป ซึ่งได้แนะนำนายสุภัทรให้ทำหนังสือสอบถามไปยังกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง (กค.) ว่าการทำทีโออาร์ดังกล่าว เจาะจงหรือไม่ อย่างไร เพราะบางครั้งการมองมุมเดียว อาจยังไม่เพียงพอ
“รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยมีนายอำนาจ วิชยานุวัติ รองปลัดศธ.เป็นประธาน ส่วนผมได้ส่งนิติกรที่ผมมั่นใจเข้าไปร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย 1 คน ตอนนี้ยังไม่อยากพูดว่ามูลทุจริตชัดเจนหรือไม่ เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกต และน่าจะต้องตรวจสอบให้ลึกๆ ซึ่งพบว่าน่าจะมี 1 บริษัทที่ได้รับงานต่อเนื่องมาเป็น 10 ปี“ พล.อ.โกศลกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อสังเกตที่ว่าอาจมีมูลทุจริตคือเรื่องใด พล.อ.โกศลกล่าวว่า การประมูลครั้งแรกเกิดขึ้น วงเงินกว่า 200 ล้าน แต่มีกลิ่นไม่ดี รัฐมนตรีว่าการ ศธ.จึงส่งทีมงานลงไปตรวจสอบทีโออาร์ โดยครั้งนั้นมีบริษัทเข้ารับการประมูลจำนวน 15 บริษัท แต่มีผู้มายื่นคุณสมบัติเพื่อขอประกวดราคาเพียง 3 บริษัท และในจำนวนนี้เมื่อมีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-bidding แล้วพบว่า มีราคาต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดเพียง 1 แสนกว่าบาท ซึ่งก็ได้มีการท้วงติง เพราะเห็นว่าผิดปกติ จากนั้นก็มีประมูลอีกส่วนหนึ่ง โดยพบว่าบริษัทที่ประมูลได้ราคาต่ำกว่าราคากลางถึง 25 ล้านบาท ซึ่งกระโดดไปผิดปกติ ทั้งนี้ตนได้แจ้งข้อมูลให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้รับทราบ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ก็ได้แจ้งต่อนายสุภัทรรับทราบด้วย อย่างไรก็ตาม หากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสรุปว่ามีมูล ก็เป็นไปได้ที่จะต้องหาบุคคลภายนอกมาเป็นคณะกรรมการสอบสวนต่อไป

