หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา ‘สุรยุทธ์’ยัน...

‘สุรยุทธ์’ยันไม่ไขก๊อกนายกสภาสจล. เลขาฯกกอ.มั่นใจ 2 สัปดาห์รู้ผลป.ป.ช. แก้ปัญหายื่นบัญชีทรัพย์สิน

26.11.18 | 16:23 น.

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ. )เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เป็นต้น มาหารือนอกรอบเกี่ยวกับผลกระทบจากประกาศ ป.ป.ช. เรื่องการกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 ซึ่งรวมถึงนายก และกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย โดยในส่วนของสถาบันอุดมศึกษานั้น ตนเสนอว่า จากประกาศ ป.ป.ช. อาจจะได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากนายกและกรรมการสภา บางคนอาจจะลาออก เพราะเกรงว่าหากกรอกข้อมูลทรัพย์สินผิดพลาดอาจจะถูกดำเนิคคดีได้ แต่ทุกคนไม่ได้กลัวจะถูกตรวจสอบ และหากนายกและกรรมการสภาลาออกจะทำให้สถาบันอุดมศึกษา ไม่สามารถประชุมได้ จะเกิดผลกระทบต่อการทำงานของสถาบันอุดมศึกษา

“ทางป.ป.ช. เสนอแนวทางในการแก้ปัญหาอยู่ 2-3 แนวทางแต่ยังไม่สามารถบอกได้ โดยเป็นแนวทางที่ประชุมยอมรับได้ และเห็นว่าแนวทางนี้จะช่วยทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน ไม่เป็นปัญหา หรือมีปัญหาน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามแนวทางนี้ไม่ใช่การแก้กฎหมาย แต่เป็นการยกเว้นบางเรื่อง คาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์นี้ น่าจะมีประกาศดังกล่าวออกมา ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ช่วยลดข้อกังวลหรือภาระของนายกและกรรมกาสภา ได้ อย่างไรก็ตามผมในฐานะเลขาธิการกกอ. ขอให้ทุกท่านอยู่ช่วยมหาวิทยาลัยไปก่อน หรือทำงานให้ถึงที่สุด ยืนยัน ป.ป.ช. พยายามช่วยแก้ปัญหานี้อยู่” นายสุภัทร กล่าวและว่า ที่ประชุมได้คุยกันถึงปัญหาอุปสรรคในการกรอกข้อมูล เช่น ในส่วนของคนที่เคยกรอกข้อมูลแล้วนั้น ไม่จำเป็นจะต้องกรอกข้อมูลใหม่ จนกว่าจะครบกำหนดให้กรอกข้อมูล คือ 3 ปี ดังนั้นคนที่เคยกรอกข้อมูลแล้ว และยังไม่ครบกำหนด ต้องกรอกว่าเคยกรอกข้อมูลไปแล้วเมื่อไหร่ ในตำแหน่งไหน ซึ่งป.ป.ช.จะต้องไปทำแบบให้กรอกข้อมูลต่อไป

ด้านนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ตามที่ ทปอ.ได้ชี้เเจงและแสดงเจตนารมณ์ชัดเจน ว่าสนับสนุนป.ป.ช.ในเรื่องที่อธิการบดีและรองอธิการบดี จำเป็นต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน ส่วนนายกสภาและกรรมการสภา ที่เข้าข่ายยื่นทรัพย์สิน หนี้สินต่อ ป.ป.ช. ด้วยนั้น ตนอยากวิงวอนสังคมให้เปิดใจ เข้าใจถึงเรื่องของความพอเหมาะพอดี เพราะกรรมการสภา ทำหน้าที่อนุมัติเรื่องวิชาการ เช่น หลักสูตร และอนุมัติปริญญา เป็นหลัก อีกทั้งกรรมการสภา ต่างเสียสละมาช่วยมหาวิทยาลัยทำงาน โดยไม่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทน และเข้ามาทำงานเพื่อประโยชน์ของนักศึกษา หากบุคคลเหล่านี้ลาออก ผลกระทบจะไม่ได้เกิดกับอธิการบดี แต่จะเกิดกับมหาวิทยาลัยและนักศึกษาที่ได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลที่เสียสละเข้ามาเป็นกรรมการสภา จึงอยากให้สังคมเข้าใจจุดนี้ด้วย ส่วนจะมีนายกสภาและกรรมการสภาท่านใดจะลาออก หรือไม่ลาออก ถือเป็นจุดยืนของแต่ละบุคคล และเป็นเหตุผลส่วนตัวของกรรมการสภาแต่ละราย

“ส่วนผลการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. วันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ จะเป็นอย่างไร ทปอ. พร้อมทำตามกฎหมายทุกประการ สำหรับข้อเสนอใช้อำนาจมาตรา 44 เพื่อแก้ปัญหาและยกเว้นไม่ให้นายกสภาและกรรมการสภา ไม่ต้องยื่นทรัพย์สินนั้น ไม่ทราบข้อมูลนี้ ทั้งนี้ในส่วนของ สจล. มีกรรมการสภา มาแสดงเจตจำนงลาออกหรือไม่ ก็มีบ้าง แต่ไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน เพราะยังไม่ถึงกำหนดเวลาที่ ป.ป.ช.ขยายเวลาให้ถึงวันนี้ 31 มกราคม 2562 ส่วน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ที่ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย ยืนยันกับผมว่าจะไม่ลาออก อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อยากให้สังคมเปิดใจและคำนึงถึงประโยชน์ของนักศึกษาเป็นที่ตั้ง” นายสุชัชวีร์ กล่าว