ค้านป.ป.ช.เว้นกก.สภาชุดปัจจุบันยื่นบัญชีทรัพย์สิน

26.11.18 | 16:19 น.

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน นพ.สุธีร์ รัตนะมงคลกุล ผู้ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) เปิดเผยว่า กลุ่ม CHES ออกแถลงการณ์ เรื่อง คัดค้านการใช้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมานูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2557 (ฉบับชั่วคราว) หรือมติใช้อำนาจคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายแสดงบัญชีทรัพย์สินกับกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ดำรงตำแหน่งอยู่ขณะนี้ โดยCHES ขอคัดค้านกรณี นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ.จะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจมาตรา 44 เพื่อยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายการแสดงบัญชีทรัพย์สินกับกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ดำรงตำแหน่งอยู่ขณะนี้ และให้บังคับใช้กับผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่เท่านั้น

นพ.สุธีร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ CHES ป.ป.ช.ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 27 พฤศจิกายน นี้ว่า ป.ป.ช. ต้องไม่เว้นการบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลบางกลุ่มด้วยเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักนิติรัฐที่กฎหมายจะต้องบังคับใช้กับทุกคน การที่มีคนร้องขอให้เว้นการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้กับบางคนนั้น กฎหมายปราบปรามการทุจริตอนุญาตให้ ป.ป.ช.ทำได้จริงหรือ และทำด้วยหลักคิดอะไร ป.ป.ช. เป็นองค์กรที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแต่กลับจะเป็นองค์กรผู้สร้างอภิสิทธิ์ชนทางกฎหมายปราบปรามการทุจริตเสียเองแล้วผลจะเป็นอย่างไร และถ้าป.ป.ช. ทำผิดหลักกฎหมายนี้แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับท่าน

ผู้ประสานงาน CHES กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้การปราบปรามทุจริตในอุดมศึกษาที่ผ่านมาไม่ได้ผลก็เพราะระบบอุปถัมภ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยโดยการอ้างเหตุผลต่างๆ เช่นกรรมการสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้เสียสละไม่มีอำนาจในการบริหารหรือตัดสินใจ ทำหน้าที่แค่อนุมัติหลักสูตรอนุมัติผู้สำเร็จการศึกษาเท่านั้น ซึ่งข่าวการฟ้องร้องในมหาวิทยาลัยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าสภามหาวิทยาลัยที่ว่าไม่มีอำนาจนั้นไม่ได้เป็นความจริง เหล่ากรรมการสภามหาวิทยาลัยที่อยู่ในตำแหน่งที่มีคนร้องขอให้เว้นการแสดงบัญชีทรัพย์สินนั้นได้เคยแสดงการป้องกันการทุจริตให้เป็นที่ประจักษ์หรือไม่ ประเทศไทยมีบุคคลที่จะทำหน้าที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยเพียงเท่านี้หรือ และหากท่านเหล่านี้เป็นบุคคลเสียสละโดยแท้จริงแล้วท่านสมควรแสดงการข่มขู่สังคมว่าจะลาออกยกชุด ซึ่งเป็นภาระในการบังคับใช้กฎหมายโดยถ้วนหน้าเช่นนั้นหรือ หาก ป.ป.ช. ยินยอมต่อการร้องขอในครั้งนี้จะเกิดคำถามว่าท่าน ป.ป.ช. มีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยกับบุคคลเหล่านี้ด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตามกลุ่มCHES กำลังจะหารือกันในการตีแผ่ปัญหาทุจริตและธรรมาภิบาลในรั้วมหาวิทยาลัยกับสังคม รวมถึงคดีที่เคยยื่นไว้ที่ ป.ป.ช. และไม่คืบหน้าอีกทางหนึ่งด้วย เพื่อให้มหาวิทยาลัยกลับคืนมาเป็นเสาหลักของสังคมทั้งด้านวิชาการและคุณธรรมดังเดิม