‘กรณ์’ ห่วงร.ร.เอกชนเข้าตลาดหลักทรัพย์ จี้รัฐโละเว้นเก็บภาษี ร.ร. สกัดลักลั่นแนวปฏิบัติ รพ.

28.11.18 | 22:22 น.

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน เฟซบุ๊ก Korn Chatikavanij ของนายกรณ์ จาติกวณิช ได้โพสต์ข้อความแสดงความไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องการที่โรงเรียนอินเตอร์จะเข้าตลาดหุ้น

อ่านข่าว ‘ร.ร.เอกชน’ดอดเข้าตลาดหลักทรัพย์ ‘หมอธี’เล็งหารือ ‘กค.’เก็บภาษีธุรกิจการศึกษา

โดยนายกรณ์โพสต์ข้อความว่า

“โรงเรียนอินเตอร์เข้าตลาดหุ้น?

พรุ่งนี้ตลาดหุ้นเราจะมีหุ้นน้องใหม่เป็นโรงเรียนแห่งแรกที่ระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์

Advertisement

โรงเรียนนี้ชื่อ Singapore International School Bangkok (SISB) เป็นการร่วมทุนระหว่างไทย/สิงคโปร์ และมีกำไรประมาณปีละ 60-80 ล้านบาท

งานนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายในความเหมาะสมในการนำสถานศึกษาเข้าระดมทุนด้วยวิธีนี้ และมีการเปรียบเทียบทางด้านความเหมาะสมกับการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์โดยโรงพยาบาล

โดยรวมผมไม่สบายใจกับการเข้าตลาดหุ้นโดยโรงเรียนนานาชาติในกรณีนี้ ผมขอลำดับความคิดตามนี้ครับ

1. ผมรับได้กับการแสวงหากำไรพอประมาณโดยโรงเรียนเอกชน กำไรทำให้เกิดการลงทุน และตราบใดที่มีการแข่งขัน ผู้ปกครองจะมีทางเลือกและกลไกตลาดจะทำงานในการกำกับราคาและคุณภาพให้เป็นธรรม
2. แต่ความจริงคือโรงเรียนเอกชนได้รับการยกเว้นภาระการเสียภาษีกำไร (ภาษีนิติบุคคล) ด้วยเหตุผลว่ารัฐบาลต้องการสนับสนุนการลงทุนโดยเอกชนในกิจการการศึกษา
3. ตามตรรกะการให้สิทธิพิเศษทางภาษีเพื่อให้มีการลงทุน รัฐควรมีเงื่อนไขในการจำกัดสัดส่วนของกำไรที่นำมาจ่ายเป็นเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น เพื่อให้มีการนำกำไรส่วนใหญ่กลับไปใช้ในการลงทุนในโรงเรียนเพิ่มเติม และในกรณีที่มีการขายหุ้น ผู้ถือหุ้นควรต้องเสียภาษีกำไร (capital gains) ตามปกติ
4. หากผู้ถือหุ้นต้องการนำโรงเรียนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รัฐควรยกเลิกสิทธิพิเศษทางด้านภาษีของโรงเรียนนั้นๆ เพราะหลักสำคัญของการเป็นบริษัทในตลาดหุ้นคือการทำกำไรสูงสุดให้ผู้ถือหุ้น ซึ่งไม่น่าจะตรงกับวัตถุประสงค์ของรัฐในการสนับสนุนโรงเรียนเอกชน
5. ในกรณีโรงพยาบาลเอกชนเราเห็นปัญหาค่ายาและค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีการกำกับดูแลให้เป็นธรรม แต่ความต่างคือโรงพยาบาลไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี และโรงพยาบาลอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องหาแหล่งทุนมากกว่าโรงเรียน เพราะต้องลงทุนในอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีต้นทุนสูงอย่างต่อเนื่อง
6. หน้าที่หลักของรัฐคือการยกระดับคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนรัฐ เพื่อไม่ให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องเสียเปรียบผู้มีฐานะที่สามารถส่งลูกหลานเข้าเรียนโรงเรียนเอกชน (และโดยเฉพาะโรงเรียนอินเตอร์) ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้วเราจะเห็นว่าโรงเรียนรัฐไม่ได้ด้อยคุณภาพกว่าโรงเรียนเอกชน
7. หากรัฐสนับสนุนโรงเรียนเอกชนด้วยการยกเว้นภาษี แต่ไม่เอาจริงกับการยกระดับมาตรฐานโรงเรียนรัฐ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องคือการขยายช่องว่างความเหลื่อมลํ้าทางโอกาสระหว่างคนไทยที่มีฐานะต่างกัน

โดยทั่วไปการเข้าตลาดหุ้นทำให้มีแรงกดดันให้บริษัทต้องเร่งทำกำไร ซึ่งจะผิดวัตถุประสงค์การสนับสนุนทางภาษีโดยรัฐ และการเข้าตลาดหุ้นจะทำให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิขายหุ้นได้โดยไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งในกรณีนี้มีการกำหนดราคาหุ้นไว้กว่า 50 เท่าเงินกำไรที่ปลอดภาษี ประเด็นเหล่านี้กระทรวงการคลังควรต้องพิจารณาครับ”