สพฐ.เร่งเคลียร์ตัวเลขเด็กผี ขู่ ‘บิ๊กร.ร.’ หวังผลอัพเกรดขนาดมีโทษวินัย

29.11.18 | 14:49 น.

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นายบุญรักษ์  ยอดเพชร  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการเกี่ยวกับการรายงานจำนวนนักเรียนเพื่อแก้ไขปัญหานักเรียนไม่มีตัวต้นจริงในห้องเรียน หรือนักเรียนผี ซึ่งขณะนี้พบข้อมูลตัวเลขเด็กไม่มีตัวตนในจังหวัดชัยภูมิ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ล่าสุดสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)เขต3 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในจังหวัดนครราชสีมา พบไม่ต่ำกว่า 10 โรงเรียน มีการใส่ชื่อนักเรียนที่ไม่มีตัวตนหรือเด็กผี เข้าไปในบัญชีรายชื่อ เพื่ออัพเกรดจากโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนไม่เกิน 500 คน ให้เป็นโรงเรียนขนาดกลางที่มีนักเรียนมากกว่า 500-1,499 คน คาดว่า เป็นการหวังผลในการโยกย้ายจากผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็ก  ไปอยู่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ ว่า  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตั้งคณะกรรมการลงไปตรวจสอบข้อมูล จำนวนนักเรียนทั่วประเทศแล้ว และให้โรงเรียนเร่งดำเนินการจำหน่ายนักเรียนให้ตรงกับความเป็นจริงหรือหากจำหน่ายไม่ได้ก็จะต้องมีข้อมูลที่ตรงกับความเป็นจริง  หากไม่สามารถจำหน่ายได้ ให้ขึ้นบัญชีว่าอยู่ระหว่างดำเนินการติดตาม และจะใช้ข้อมูลนักเรียนที่มีตัวตนจริงเท่านั้น ในการบริหารงบประมาณ

“ระหว่างนี้จนถึงวันที่  30 พฤศจิกายน อยู่ระหว่างการติดตามข้อมูล  เมื่อได้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว วันที่  3 ธันวาคม 2561 ทุกโรงเรียนจะต้องเคลียร์ข้อมูลให้ได้และรายงานข้อมูลจำนวนนักเรียนที่ตรงกับระบบข้อมูลรายบุคคลหรือDMCของ สพฐ. ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 ธันวาคม 2561โดยจำแนกนักเรียนที่มีตัวตนจริง เพื่อขอรับงบประมาณ และจำนวนนักเรียนที่ยังไม่ประสงค์ขอรับงบฯ เนื่องจากไม่มีตัวตนและยังไม่สามารถจำหน่ายออกจากทะเบียนได้ เช่น ไปเรียนที่อื่นแล้วไม่มาลาออก  ทั้งหมดนี้เป็นการดำเนินการระยะสั้น ส่วนระยะยาวต้องมีการแก้ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยทะเบียนนักเรียนพ.ศ. 2535 ซึ่งใช้มาค่อนข้างนาน เพื่อให้โรงเรียนสามารถดำเนินการได้จริง และเหมาะสมกับสถานการณ์”นายบุญรักษ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าพบว่า พื้นที่ใดมีจำนวนนักเรียนที่ไม่มีตัวตนมากจนผิดสังเกต เพื่อหวังผลในการย้ายไปโรงเรียนขนาดใหญ่ นายบุญรักษ์ กล่าวว่า  ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องรับผิดชอบ  ผิดก็คือผิด  การที่มีรายชื่อเด็กไม่มีตัวตนโผล่มา ถือว่ารายงานข้อมูลเท็จต่อทางราชการ  ส่วนโทษทางวินัยจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) พิจารณา ซึ่งมีหลักเกณฑ์กลางในการพิจารณาโทษอยู่แล้ว