ศธ.ดึง’AUT’จับมือ’มทร.ธัญบุรี’ตั้งวิทยาเขตพัฒนา น.ศ.อาชีวะในเขตพื้นที่’อีอีซี’

30.11.18 | 03:10 น.

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ เอกอัคราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย และคณะผู้บริหาร Auckland University of Technology (AUT) ประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อหารือถึงความร่วมมือในการจัดตั้งแคมปัส หรือวิทยาเขต ในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา AUT ได้มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ธัญบุรี มา 2-3ปีแล้ว  จึงอยากมายกระดับโดยการเปิดวิทยาเขตร่วมกับ มทร.เพิ่มในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ของไทย

นพ.อุดม กล่าวว่า เนื่องจากทาง AUT เห็นว่าขณะนี้ค่าครองชีพที่นิวซีแลนด์สูงขึ้น ดังนั้น AUT จึงอยากมาเปิดวิทยาเขตที่ประเทศไทย เพื่อขยายการศึกษารองรับผู้เรียน เป็นการสอนด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้เรียนจะได้ทั้งดีกรีของสถาบัน และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่ต้องเดินทางไปเรียนที่นิวซีแลนด์ เป็นความต้องการซึ่งกันและกัน แต่จะเป็นการมาช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยในพื้นที่ที่เราต้องการเพิ่มศักยภาพ

“สิ่งที่ต้องการให้ AUT มาเปิดสอนหลักสูตรระยะสั้น ในระยะเวลา 6 เดือน หรือ 1 ปีก่อน เรียนจบจะได้ประกาศนียบัตร ซึ่งจะเปิดสอนในสาขาที่ AUT มีความเชี่ยวชาญ เช่น โลจิสติกส์ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ การท่องเที่ยว และอนาคตจะเปิดถึงระดับปริญญาโท แต่ขณะนี้ ต้องการยกระดับคนของเราที่จบในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) หรือทำงานอยู่แล้ว เพื่อไปทบทวนหรือเพิ่มทักษะความรู้เพื่อตอบโจทย์เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี” นพ.อุดม กล่าว

นพ.อุดม กล่าวต่อว่า ซึ่งจะเปิดสอนในปีการศึกษา 2562 แต่ในเขตพื้นที่ อีอีซี นั้นครอบคลุม จ.ระยอง จ.ชลบุรี และจ.ฉะเชิงเทรา แต่วิทยาเขตของ มทร.ธัญบุรี ที่จะร่วมมืองกับ AUT อยู่ใน จ.ปราจีนบุรี เรื่องนี้จะต้องนำเสนอคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ (คพอต.) ที่มีนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เป็นประธานพิจารณาก่อน หากผ่าน ความเห็นชอบแล้ว ก็ต้องเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาด้วย อย่างไรก็ตามตนมองว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหาเนื่องจากต่อไปรัฐบาลก็จะประกาศให้ จังหวัดปราจีนบุรี จ.สระแก้ว และจ.นครนายก เป็นพื้นที่อีอีซี เพิ่มอยู่แล้ว

“คิดว่าความร่วมมือนี้จะมาช่วยยกระดับการศึกษาไทยเรา และจะทำให้นักศึกษาต่างชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ เช่น ภูฏาน เนปาล ปากีสถาน และศรีลังกา เป็นต้น ที่เข้ามาเรียนในประเทศไทยอยู่แล้ว ก็จะดึงดูดให้นักศึกษาต่างชาติเหล่านี้เข้ามาเรียนเพิ่มขึ้น” นพ.อุดม กล่าว

Advertisement