กรณีนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงข่าวว่า เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ได้มีประกาศป.ป.ช.ลงในราชกิจจานุเบกษา เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 (ฉบับที่2) พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2561 ในการขยายเวลาบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนดตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 จากเดิมบังคับใช้วันที่ 2 ธ.ค. 2561 เพิ่มเติมอีก 60 วัน จึงมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 โดยตำแหน่งที่ได้รับการขยายระยะเวลาเพิ่มเติมอีก 60 วัน รวมถึงประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบันและกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า , นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ราชวิทยาลัยและสถาบันในสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ , ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและกรรมการในองค์การมหาชน นั้น
อ่านเพิ่มเติม
ป.ป.ช.ประกาศแล้ว ขยายเวลาจนท.รัฐยื่นทรัพย์สินอีก60วัน หลายตำแหน่งได้อานิสงค์
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ในฐานะกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)สงขลา กล่าวว่า นายกสภาและกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ มรภ.สงขลา ทั้ง 8 คน ยินดีที่จะอยู่ในตำแหน่งกรรมการสภาต่อให้จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ตามที่ป.ป.ช.ยืดเวลาให้และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว แต่ยืนยันว่าที่สุดเราจะลาออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอนถ้าไม่มีการยกเว้นการยื่นทรัพย์สินและหนี้สินให้ เพราะการยืดเวลาดังกล่าว ไม่ได้ช่วยอะไร ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่าป.ป.ช.ควรยกเลิกประกาศนิยามผู้บริหารองค์กร และควรให้คำนิยามผู้บริหารองค์กรใหม่ว่าเป็นตำแหน่งที่คุมเรื่องงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง บุคลากร เป็นต้น และป.ป.ช.ควรต้องแก้ไขเรื่องนี้ก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 และควรให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2561 เพราะหนังสือลาออกจะมีผลในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562
“หนังสือลาออกที่พวกผมยื่นต่อนายกสภาเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนนั้น ตอนนี้อยู่ที่นายกสภาซึ่งนายกสภาระบุว่าถ้ามีประกาศป.ป.ช.ยืดเวลาและได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็จะอยู่ในตำแหน่งต่อจนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 แต่ถ้าถึงตอนนั้นยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากป.ป.ช.แล้วค่อยมาว่ากัน แต่สำหรับพวกผมทั้ง 8 คนยืนยันว่าถ้าไม่มีการยกเว้นการยื่นทรัพย์สินและหนี้สิน ลาออกอย่างแน่นอน ส่วนกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิอีก 4 คนยังรอดูท่าทีจากป.ป.ช. ซึ่งเท่าที่ผมดู ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่อยู่ในตำแหน่งที่มีการยื่นทรัพย์สินและหนี้สินอยู่แล้ว และได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไปแล้ว จึงยังอยู่ในกรอบเวลา” ศ.ดร.โกวิทย์ กล่าว และว่า ส่วนตัวมองว่าการยื่นทรัพย์สินและหนี้สิน ไม่ได้สัมพันธ์กับทุจริตคอรัปชั่น ประเทศไทยเรามีการยื่นมาตั้งแต่ปี 2540 ก็ยังมีปัญหาคอรัปชั่นอยู่ จึงควรที่จะใช้วิธีการอื่นในการแก้ไขปัญหาทุจริต แต่แนวทางที่ป.ป.ช.ทำอยู่ทำให้ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกไม่อยากเป็นกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ และต่อไปการหากรรมการสภาผู้ทรงชุดใหม่ก็จะยิ่งลำบากมากขึ้นเพราะไม่มีใครอยากมาเป็น ต้องอาศัยการร้องขอซึ่งจะเกิดปัญหาสุ่มเสี่ยงต่อการฮั้วกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยมากยิ่งขึ้น ต่างจากเดิมที่มาจากความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง
ศ.ดร.โกวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีของ มรภ.นครศรีธรรมราชซึ่งตนเป็นนายกสภาอยู่นั้น เท่าที่พูดคุยเบื้องต้นมี 8 คนรวมถึงตนแสดงเจตจำนงที่อยากจะลาออก ผลที่ชัดเจนจะทราบในการประชุมสภามรภ.นครศรีธรรมราชในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ แต่น่ากลัวว่าทั้ง 12 คนที่เป็นกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ อาจจะลาออกยกชุดก็ได้ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์(มรร.) นายกสภามรภ.พระนคร และมทร.สุวรรณภูมิ และมีข่าวว่าศ.กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ลาออกจากกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้านั้น ยอมรับว่าทำให้กรรมการสภาหลายคนหวั่นไหว อย่างตนก็หวั่นไหว เพราะอย่างกูรูกฎหมายยังลาออก และการที่ตนลาออก ก็ทำให้อีกหลายคนลาออกตาม
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ศ.ดร.โกวิทย์ ระบุว่านายจรัส สุวรรณมาลา นายกสภา และกรรมการสภา รวม 8 คน ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งต่อที่ประชุมสภามรภ.สงขลาเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยขอให้หนังสือลาออกมีผลในวันที่ 2 ธันวาคม 2561 หรือไม่ก็จนกว่าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ป.ป.ช.ยืดเวลาออกไปให้ 60 วัน แต่ทั้งนี้ต้องมีอะไรการันตีในทางกฎหมาย เช่น ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
8 ‘นายก-กรรมการ’สภามรภ.สงขลาไขก๊อก 8 กก.มรภ.นครศรีธรรมราช จ่อลาออกด้วย

