อุปนายกสภา ม.เกษตรฯ พร้อม กก.สภา 5 ราย แห่ไขก๊อก กระทบการสรรหาอธิการบดี มก.เหตุไร้ ปธ.

3.12.18 | 06:15 น.

จากกรณีนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงว่ามีประกาศ ป.ป.ช.ลงในราชกิจจานุเบกษา เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 (ฉบับที่2) พ.ศ.2561 ซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 ในการขยายเวลาบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนดตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 จากเดิมบังคับใช้วันที่ 2 ธันวาคม 2561 เพิ่มเติมอีก 60 วัน จึงมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 โดยตำแหน่งที่ได้รับการขยายระยะเวลาเพิ่มเติมอีก 60 วัน รวมถึง ประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า นายกสภา และกรรมการสภามหาวิทยาลัย ราชวิทยาลัย และสถาบันในสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการในองค์การมหาชน นั้น

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม นายกฤษณพงศ์ กีรติกร นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านว่า ว่ามีกรรมการสภา มก.ลาออก 4-5 ราย มีทั้งกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ, กรรมการสภาโดยตำแหน่ง และกรรมการสภาที่เป็นบุคคลจากภายในมหาวิทยาลัย รวมทั้ง น.สพ.ยุคล ลิ้มแหลมทอง อุปนายกสภา และกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ขอลาออกเเล้ว ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานต่างๆ ในมหาวิทยาลัยอย่างมาก เนื่องจาก น.สพ.ยุคลเป็นประธานสรรหาอธิการบดีอีกด้วย นอกจากนี้ ทราบว่ามีกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ อีกท่านที่อยู่ในคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี ขอลาออกเพิ่มอีก 1 ราย

นายกฤษณพงศ์กล่าวอีกว่า เรื่องนี้จะกลายเป็นปัญหาผูกพันกันหมด เพราะมหาวิทยาลัยยังอยู่ระหว่างการสรรหาอธิการบดี ต้องมาสรรหากรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิอีก และในปี 2563 ที่มีตำแหน่งคณบดีจากคณะต่างๆ และผู้อำนวยการสำนัก รวม 10 ตำแหน่งที่ต้องสรรหาใหม่ จะต้องมีกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามานั่งเป็นประธานสรรหาอีกด้วย จะเห็นว่าการได้มาซึ่งผู้บริหารมหาวิทยาลัย ทั้งอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก จะได้รับผลกระทบทั้งหมด ไม่นับเรื่องการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร การประเมินคุณภาพ การอนุมัติปริญญา จะกระทบทั้งหมด ถ้าขาดกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ หรือขาดสภามหาวิทยาลัย จึงกลายเป็นปัญหาที่ทับถมกันเข้ามา ซึ่งตนมองว่าทุกมหาวิทยาลัยอยู่ในสภาพนี้เหมือนกันหมด ไม่เพียงแค่ มก.เท่านั้น และปัญหานี้จะทำให้มหาวิทยาลัยถดถอยไปอีก เเม้จะมีการแก้ปัญหาในอนาคต ก็มองว่ากรรมการสภาที่ลาออกไปแล้ว ยากที่จะเชิญกลับเข้ามาร่วมเป็นกรรมการสภาอีกครั้ง

“ส่วนกรรมการสภาจะครบองค์ประกอบ และครบองค์ประชุมในการบริหารงานหรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป คาดว่าภายใน 7-8 วัน จะนัดประชุมสภา มก.อีกครั้ง เพื่อเลือกอุปนายกคนใหม่แทน น.สพ.ยุคล อีกทั้ง ต้องมาดูเรื่ององค์ประกอบ และองค์ประชุมของมหาวิทยาลัยว่าครบ และดำเนินงานต่อไปได้หรือไม่ เราทำอะไรได้บ้างตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย หากประชุมเเล้วพบว่าสภามีกรรมการไม่ครบองค์ ก็ทำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างต้องหยุดหมด และจะล่าช้าไปหมด ซึ่งบอกไม่ได้ว่ามหาวิทยาลัยจะเจอปัญหานี้นานกี่เดือน สำหรับผมถ้าสภาทำงานต่อไปได้ จะทำงานให้เต็มที่ อีกทั้ง กรรมการสภาหลายท่านบอกว่า หากสภายังครบองค์ประกอบ และครบองค์ประชุม ก็จะทำงานต่อไป” นายกฤษณพงศ์ กล่าว

นายกฤษณพงศ์กล่าวต่อว่า เห็นด้วยที่ให้อธิการบดี หรือนายกสภาต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน แต่การที่ให้กรรมการสภายื่นด้วย บางคนมองว่ารุกล้ำความส่วนตัวเกินไป เพราะต้องยื่นทั้งภรรยา และบุตรด้วย อีกทั้ง ต้องประกาศต่อสาธารณชนที่มีความเสี่ยงสูง โดยในอดีตไม่ใช่รูปแบบนี้ ทำได้โดยการยื่นใส่ซองไว้เท่านั้น และการเปิดเผยต่อสาธารณชน มีความเป็นไปได้สูงว่าคนดีจะถูกรังแก และยังห่วงเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวอีกด้วย ต้องรอดูรัฐบาล และ ป.ป.ช.ว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร

Advertisement

นายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มก.กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีกรรมการสภา 5 ราย ที่ยื่นลาออก ขณะนี้ตนมาราชการที่ญี่ปุ่น จึงยังไม่เห็นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการ ส่วน น.สพ.ยุคลที่ลาออกไปนั้น จะมีผลกระทบต่อการสรรหาอธิการบดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กรรมการสภาจะว่าอย่างไร คงต้องรอการประชุมหารือร่วมกันเพื่อประเมินหาทางออกกันต่อไป

ด้านนายรัฐพงศ์ บุญญานุวัตร อดีตคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สวนสุนันทา กล่าวว่า จากการที่นายกสภา และกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ ของมหาวิทยาลัยหลายสถาบันได้แสดงตนต้องการลาออก และเตรียมลาออก จะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการประชุมสภาเนื่องจากไม่ครบองค์ประชุมนั้น ตนอยากเห็นมหาวิทยาลัยในฐานะเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงของประเทศ ตระหนัก และให้ความสำคัญกับกฎหมายบ้านเมือง ทั้งนี้ เพราะธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คณะกรรมการยกร่างต้องการที่จะเดินหน้าเพื่อปราบโกง ที่สร้างปัญหาให้ประเทศอย่างยาวนาน และการที่ ป.ป.ช.ออกประกาศเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรภาครัฐต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับกฎหมายสูงที่ใช้ในการปกครองประเทศ

“ดังนั้น การที่นายกสภา หรือกรรมการสภาผู้ทรงวุฒิบางท่านจะลาออก ก็เป็นสิทธิที่ต้องเคารพในการตัดสินใจ แต่อธิการบดี หรือมหาวิทยาลัย อย่าแสดงอาการตื่นกลัว หรือวิตกเกินเหตุ และกังวลว่าจะเฟ้นหานายกสภา หรือกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ได้ ผมเชื่อว่าวันนี้ยังมีผู้ที่มีทรงคุณวุฒิที่มีความพร้อม และมีคุณลักษณะตามที่มหาวิทยาลัยอีกจำนวนมาก การที่คนในมหาวิทยาลัยแสดงตนในการเคารพกฎหมาย และให้ความสำคัญกับหลักนิติรัฐ จะถือได้ว่ามหาวิทยาลัยเป็นองค์กรต้นแบบของสังคมไทยที่น่าชื่นชมยิ่ง และจะทำให้ประชาชนศรัทธา ซึ่งเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และให้เกิดความยั่งยืน” นายรัฐพงศ์ กล่าว