ขอ ‘แอ๊ด คาราบาว’ แต่งเพลง ทวงคืนพุทธสิหิงค์ตรัง กรมศิลป์ เผยมีตำหนิเจาะรูที่ฐาน

4.05.16 | 12:42 น.

กรมศิลป์ เผย’พระพุทธสิหิงค์ตรัง’ มีตำหนิเจาะรูที่ฐานด้านหน้า 2 รู ไม่เจอขึ้นทะเบียน-ข้อมูลครอบครองวัดและเอกชน

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยกรณีการติดตามพระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมืองตรังที่สูญหายไปจากวัดหัวถนน ต.นาพละ อ.เมือง จ.ตรัง ระหว่างปี 2525-2526 ว่าหลังจากมีกระแสข่าวทวงคืนพระพุทธสิหิงค์ของชาว จ.ตรัง จึงได้สั่งการไปยังสำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบและรายงานกลับมายังส่วนกลาง และล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับรายงานแล้วพบว่าพระพุทธสิหิงค์หรือที่ชาว จ.ตรัง เรียกว่าพระหึงค์หรือพระหิงค์ เป็นพระพุทธรูปที่ได้รับการนับถืออย่างกว้างขวางและถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญเชื่อมโยงตำนานในท้องถิ่นคือเรื่องพระนางเลือดขาว ซึ่งเป็นเรื่องเล่ากันอย่างแพร่หลายใน จ.พัทลุง นครศรีธรรมราช สงขลา และตรัง ได้สูญหายไปจากวัดหัวถนน มีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองตรังและมีการตั้งคณะกรรมการติดตามในปี พ.ศ.2552 จากนั้นมีการเรียกร้องให้ติดตามในปี พ.ศ.2555 และเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ไม่พบข้อมูลว่าทางจังหวัดได้แจ้งหรือแต่งตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง หรือสำนักศิลปากรที่ 15 เป็นคณะกรรมการติดตามพระพุทธสิหิงค์ที่สูญหายแต่อย่างใด จากลำดับเหตุการณ์ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง มีคำสั่งจังหวัดตรังที่ 172/2552 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามพระพุทธสิหิงค์ที่สูญหายโดยมีคณะกรรมการจำนวน 10 คน จากนั้นมีการประชุมครั้งที่ 1/2552 วันที่ 12 เมษายน 2552 ในที่ประชุมคณะกรรมการรายหนึ่งแจ้งที่ประชุมว่า มีเพื่อนเป็นทนายรู้จักกับอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่สังกัดกระทรวงมหาดไทย บอกว่าที่บ้านอดีตข้าราชการคนดังกล่าวมีพระพุทธสิหิงค์ในห้องพระ แต่จะใช่พระพุทธสิหิงค์ของ จ.ตรัง หรือไม่ไม่ทราบ ต้องให้ผู้รู้ตรวจสอบ สำหรับลักษณะพิเศษขององค์พระมีการเจาะรูที่ฐานพระด้านหน้าทางซ้าย-ขวาจำนวน 2 รู ความกว้างของฐานพระประมาณ 9 นิ้ว

นายอนันต์กล่าวต่อว่า วันที่ 15 เมษายน 2552 สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ตรัง ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าฯตรัง ถึงมติที่ประชุมครั้งที่ 2/2552 ให้ยุติเรื่องการติดตามเพราะข้อมูลที่ได้มาจากการบอกเล่าเป็นข้อมูลซ้ำๆ เหมือนภายเรือวนในอ่าง จากนั้นวันที่ 9 ตุลาคม 2555 มีผู้ทำหนังสือไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตรัง ถึงผู้ว่าฯตรัง ให้เร่งดำเนินการติดตามพระพุทธสิหิงค์กลับคืนมา จึงได้มีการทำหนังสือถึง พศจ.ตรัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการติดตาม ต่อมาวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 ผู้ว่าฯตรังได้ส่งหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้ติดตามสืบค้น และวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กองกำกับการสืบสวน 1 กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 มีหนังสือถึงวัฒนธรรมจังหวัดตรัง เพื่อขอทราบประวัติพระพุทธสิหิงค์ จากนั้นวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (พช.) ถลาง ได้รับการประสานงานจากวัฒนธรรมจังหวัดตรังเกี่ยวกับพระพุทธสิหิงค์ว่าได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบไม่มีข้อมูลในราชกิจจานุเบกษาและไม่มีข้อมูลการสำรวจโบราณวัตถุศิลปวัตถุในความครอบครองของวัดและเอกชน

“ล่าสุดระหว่างวันที่ 28-29 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จาก พช.ถลาง ได้ร่วมประชุมกับผู้ว่าฯตรัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อเท็จจริงกรณีพระพุทธสิหิงค์สูญหาย ซึ่งจากการประชุมสรุปว่า เนื่องจากพระพุทธสิหิงค์ที่สูญหายมีการแจ้งความไว้เมื่อปี พ.ศ.2526 และปัจจุบันหมดอายุความแล้ว ดังนั้น ผู้ว่าฯตรังจึงให้แนวทางในการดำเนินการเพื่อติดตามโดยใช้วิธีมวลชนสัมพันธ์และใช้แรงศรัทธาของประชาชน และมอบให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตรังเป็นผู้รวบรวมข้อมูลและจัดทำรายงานการประชุมเสนอผู้ว่าฯตรัง เพื่อเตรียมเสนอต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป ในส่วนของกรมศิลปากรได้ส่งเจ้าหน้าที่จาก พช.ถลางลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมด้วย” อธิบดีกรมศิลปากรกล่าว

นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าฯตรัง กล่าวว่า สาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้พระพุทธสิหิงค์สูญหายนั้น ชาวบ้านในละแวกพื้นที่ตำบลนาพละมีความเชื่อและเล่าให้ฟังว่า ในอดีตชาวบ้านไม่ค่อยที่จะไหว้พระกัน โดยเฉพาะพระพุทธสิหิงค์ที่นำมาประดิษฐานไม่ว่าจะเป็นวัดกลาง วัดพระพุทธสิหิงค์ และวัดหัวถนน เชื่อว่าพระจะมีเทวดาคุ้มครองหากไม่มีการบูชากราบไหว้พระก็จะไม่อยู่ เมื่อมีคนมาอัญเชิญไปกราบไหว้บูชาด้วยความศรัทธา พระก็จะอยู่ที่นั่น อย่างไรก็ดี ขณะนี้ชาวบ้านนาพละและพุทธศาสนิกชนชาวตรังเกิดความมุ่งมั่นตั้งใจว่าต้องการที่จะให้พระพุทธสิหิงค์กลับคืนมา ทุกคนจึงรวมใจกันสวดมนต์ภาวนาตั้งจิตอธิษฐานด้วยพลังอันแน่วแน่ และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะบูชากราบไหว้ ผลของการประพฤติดีประพฤติชอบในศีลในธรรมเชื่อว่าชาวตรังจะได้พระพุทธสิหิงค์กลับคืนมาอย่างแน่นอน

Advertisement

พระสมุห์สุรศักดิ์ สุรสักโก เจ้าอาวาสวัดหัวถนน หมู่ 6 ต.นาพละ อ.เมือง จ.ตรัง กล่าวว่า หลังจากที่ชาวบ้านกว่า 500 คน ทำกิจกรรมนั่งสมาธิ สวดมนต์ เพื่อให้ได้พระพุทธสิหิงค์กลับมา ชาวบ้านต่างมีความสุขและเชื่อกันว่าผลของการรวมพลังจิตมั่นใจว่าจะได้พระพุทธสิหิงค์กลับคืนมา ขณะที่ทางวัดยังคงสวดมนต์ภาวนากันอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายศักดิ์ภพ ชิดเชื้อ ชาวบ้าน ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึงนายยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว ช่วยแต่งเพลงขอคืนพระพุทธสิหิงค์กลับคืนมา เพราะในอดีตแอ๊ดเคยแต่งเพลงร่วมทวงคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์กลับคืนประเทศไทยมาแล้ว จึงหวังว่าศิลปินดังคงพิจารณาที่จะแต่งเพลงให้

“ในอดีตผมเห็นความสำเร็จในการทวงคืนพระนารายณ์บรรทมสินธุ์กลับคืนสู่ประเทศไทยและสร้างความสุขให้กับคนไทยทั้งชาติมาแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ผมได้มีหนังสือถึงท่านผู้ว่าฯตรังมาแล้วเช่นกัน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะได้รับความช่วยเหลือให้ชาวจังหวัดตรังในการตามหาพระพุทธสิหิงค์ นำความสุขมาสู่คนตรัง และมีส่วนช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอีกทางหนึ่งด้วย” นายศักดิ์ภพกล่าว