รมช.ศธ.ห่วงร.ร.เข้าตลาดหุ้น รีดค่าเทอมผู้ปกครอง เชื่ออนาคตผู้ปกครองแบนส่งลูกเรียน

13.12.18 | 16:25 น.

กรณีบริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน)(SISB) ผู้รับใบอนุญาตในการจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีการทำการซื้อขายในตลาด Mai (เน้นธุรกิจขนาดกลางถึงเล็ก) ครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 โดยพบว่าราคาปิดอยู่ที่ราคา 4.36 บาท ต่ำกว่าราคาจองที่อยู่ที่หุ้นละ 5.20 บาท โดยนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระบุว่าตามพ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2560 อนุญาตให้บริษัทเอกชนนำโรงเรียนเข้าตลาดหุ้นได้โดยไม่ถือว่าผิดกฎหมาย แต่ไม่เหมาะสมในเชิงจริยธรรมเนื่องจากตามกฎหมายโรงเรียนเอกชน โรงเรียนได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีนิติบุคคล โดยนพ.ธีระเกียรติ ระบุว่าจะหารือกับกระทรวงการคลัง(กค.) เพื่อหาช่องทางเก็บภาษี เนื่องจากหวั่นจะกลายเป็นธุรกิจการศึกษาและจะมีสถาบันการศึกษาอื่นๆ ทำตามอีก ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้ทนายความฟ้องต่อศาลปกครองเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน เพื่อขอให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ระงับการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นั้น

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. เปิดเผยว่า ตามที่ บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) ผู้รับใบอนุญาตในการจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์กรุงเทพ (SISB) ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(กลต.) ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้นั้น ตามพ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2560 ไม่ได้ห้าม แต่เชื่อว่า สังคมไทยเรารับไม่ได้ เพราะการศึกษาไม่ใช่เรื่องของกำไรหรือขาดทุน และไม่ใช่บริษัทเอกชน การนำสถาบันการศึกษาเข้าตลาดหลักทรัพย์ หมายความว่า จะต้องทำกำไรให้กับผู้ถือหุ้นด้วย ซึ่งหนีไม่พ้นที่จะต้องรีดเอาจากผู้ปกครองและนักเรียน เชื่อว่า อีกไม่นานผู้ปกครองจะไม่นำลูกเข้าไปเรียนโรงเรียนเหล่านี้แน่นอน ส่วนของมหาวิทยาลัยเอกชน ก็เช่นเดียวกัน แม้กฎหมายจะไม่ห้าม แต่หากมีมหาวิทยาลัยใดนำสถาบันการศึกษา เข้าตลาดหลักทรัพย์ สังคมก็คงรับไม่ได้และคงไม่มีใครเลือกเข้าเรียนต่อ เพราะสุดท้าย มหาวิทยาลัยก็จะมาแสวงหากำไรจากนักศึกษาและผู้ปกครอง เพราะต้องนำกำไรไปแบ่งปันให้กับผู้ถือหุ้น

“เรื่องนี้กฎหมายไม่ได้ห้าม แต่ผมคิดว่า สังคมไทยคงรับไม่ได้ เพราะวัฒนธรรมของไทยเราไม่เหมือนกับต่างประเทศ แม้จะเปิดให้มีอิสระ แต่ก็ต้องคำนึงถึงวัฒนธรรมไทย การนำสถาบันการศึกษาไปผูกติดกับเรื่องกำไร ขาดทุน ถือว่า ไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตามทางแก้ไข คงไม่ถึงขั้นต้องไปปรับแก้กฎหมาย เพราะกฎหมายดีอยู่แล้ว แต่ผู้บริหารสถาบันการศึกษาจะต้องมีจิตสำนึก” นพ.อุดมกล่าว

ด้านนายวัลลภ สุวรรณดี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ในฐานะนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) กล่าวว่า เท่าที่ทราบมหาวิทยาลัยเอกชนที่เป็นสมาชิก สสอท. ไม่มีใครพูดถึงเรื่องการนำมหาวิทยาลัยเข้าตลาดหลักทรัพย์ ขณะเดียวกัน หลายแห่งยังแสดงความห่วงใยว่า การจัดการศึกษาจะต้องไม่มองเป็นเรื่องธุรกิจ ผู้ที่จัดตั้งสถาบันการศึกษา ต้องเสียสละเพื่อสังคม โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบัน ที่จำนวนนักศึกษาเป็นตัวแปรหลัก จึงอาจมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน