เปิดโลกการอ่านผ่าน “สารานุกรมเยาวชน” สืบสานพระราชปณิธาน

20.12.18 | 14:54 น.

แม้จะเป็นวันเสาร์เช้าของวันปิดเทอม ที่หอประชุมโรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทรา กลับคึกคักไปด้วยเด็กนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ในกรุงเทพฯ และนครนายก ที่มารวมตัวกันเพื่อรอเข้าแข่งขันตอบคำถามสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนแห่งชาติ การแข่งขันแต่งบทกลอน และการประกวดวาดภาพระบายสี ในสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เป็นโครงการที่ สโมสรไลอ้อน จัดขึ้นทุกปี เพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระราชดำรัสให้ตั้ง “โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ” เพื่อดำเนินการจัดทำหนังสือสารานุกรมไทยฉบับใหม่อีกชุดหนึ่ง มีความมุ่งหมายที่จะนำวิชาการแขนงต่างๆ ที่ควรศึกษา ออกเผยแพร่แก่เยาวชนให้แพร่หลายทั่วถึง เพื่อเยาวชนจักได้หาความรู้ ช่วยตัวเองได้จากการอ่านหนังสือ

ทรงมีพระราชดำริว่า หนังสือประเภทสารานุกรมนั้นบรรจุสรรพวิชาการอันเป็นสาระไว้ครบทุกแขนง เมื่อมีความต้องการหรือพอใจจะเรียนรู้เรื่องใดก็สามารถค้นหาอ่านทราบโดยสะดวก นับว่าเป็นหนังสือที่มีประโยชน์ เกื้อกูลการศึกษา เพิ่มพูนปัญญาด้วยตนเองของประชาชนอย่างสำคัญ โดยเฉพาะในยามที่มีปัญหาการขาดแคลนครูและที่เล่าเรียน หนังสือสารานุกรมจะช่วยคลี่คลายให้บรรเทาเบาบางลงได้เป็นอย่างดี

วิมลมาลย์ สวัสดี

วิมลมาลย์ สวัสดี ประธานจัดการแข่งขันตอบคำถามสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ บอกว่า การจัดการแข่งขันครั้งนี้เป็นครั้งที่ 24 แล้ว ไม่ได้เพียงมุ่งส่งเสริมการอ่านเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งสำคัญคือ การทำความเข้าใจในเนื้อหาสาระ และสามารถเชื่อมโยงความรู้ในแต่ละบทแต่ละตอนซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องในชีวิตประจำวันและอยู่รอบตัวเราได้ด้วย โดยที่ในแต่ละปีเราจะมีการกำหนดหัวเรื่องโดยหยิบจากหนังสือ เช่น ในปีนี้ที่กำหนดหัวข้อเป็น “รักทะเล” ซึ่งจะเป็นโจทย์ร่วมที่ใช้ในการแข่งขันแต่งบทกลอนและประกวดวาดภาพระบายสีด้วย

วัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสนองพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในอันที่จะส่งเสริมการอ่านหนังสือสารานุกรมไทย และโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เพื่อเพิ่มแหล่งเรียนรู้ให้มากขึ้น

Advertisement

“พระองค์ทรงเห็นว่าต่างประเทศมีเอ็นไซโคปิเดีย เราจึงน่าจะทำสารานุกรมไทย แต่ทำอย่างไรจะให้เด็กสนใจอ่านสารานุกรม ทางสโมสรไลอ้อนจึงจัดการสอบแข่งขัน อย่างน้อยเด็กต้องอ่าน เราร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นคนออกข้อสอบ เราเป็นคนดำเนินการแข่งขัน อย่างน้อยจะต้องอ่าน 6-7 เล่มในแต่ละปี ต้องอ่านเพื่อมาสอบแข่งขัน

ในส่วนของบทกลอนหรือวาดภาพก็ต้องอ่านเหมือนกัน เพื่อเอาเนื้อหาสาระมาแต่งเป็นกลอน มาเขียนเป็นรูป ซึ่งต้องสื่อความหมายของ “รักทะเล” ออกมาให้ได้ ถามว่าเด็กได้อะไร อย่างน้อยคือ ได้อ่านหนังสือ ได้พัฒนาความรู้ และพัฒนาทักษะ”

วิมลมาลย์ตั้งข้อสังเกตว่า จากการประเมินผลการสอบในแต่ละครั้ง พบว่าเด็กต่างจังหวัดจะได้คะแนนสูงกว่าเด็กกรุงเทพฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการอ่านหนังสือเพื่อเข้าแข่งขัน อย่างปีที่แล้วเด็กที่ชนะเลิศในระดับประเทศก็เป็นเด็กจากต่างจังหวัด หลายๆ โรงเรียนมาทุกปีอย่างตั้งใจและรอคอยเวลาที่จะเข้าสอบแข่งขัน รวมทั้งโรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทราที่ส่งนักเรียนเข้าแข่งขันทุกปี

“เป็นโรงเรียนที่มีความพร้อมและมีความรักในสารานุกรมไทยมาก เมื่อเห็นว่าสนามสอบที่เราเคยจัดอยู่ไม่พร้อมก็เสนอห้องประชุมโรงเรียนให้ใช้เป็นสนามสอบแทน เมื่อเรามาดูพบว่าทั้งผู้บริหาร นักเรียน พร้อมมากและเต็มที่กับเรื่องสารานุกรมไทยฯ”

ดร.รัชนี ชังชู

ทางด้าน ดร.รัชนี ชังชู ผู้อำนวยการโรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทรา ซึ่งไม่เพียงอำนวยความสะดวกสถานที่เป็นสนามแข่งขันระดับภาคในครั้งนี้ ที่นี่ยังเป็นโรงเรียนภายใต้การกำกับของ สสวท. ที่ให้ความสำคัญกับหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนอย่างยิ่งยวด ในฐานะที่เป็นสถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับภาษาไทย ใน “โครงการรักการอ่าน” ของโรงเรียนจึงเน้นความรู้จากสารานุกรมไทยฯ โดยเฉพาะ

“เราหยิบเนื้อหาจากสารานุกรมมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในชั่วโมงรักการอ่าน ซึ่งจะมีขึ้นทุกวันก่อนเข้าเรียน

โรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทรา

“สารานุกรมไม่ได้มีเนื้อหาเฉพาะแต่วิชาภาษาไทย แต่ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วรรณคดี หรือแม้แต่การแพทย์ก็มี การอ่านสารานุกรมจึงได้ประโยชน์ได้ความรู้รอบตัว นอกจากเป็นการส่งเสริมการอ่าน ยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์” ดร.รัชนีบอก และว่า

สำหรับการแข่งขันตอบคำถามสารานุกรมฯนั้น ทุกปีเราจะส่งนักเรียนไปแข่งขันไม่เคยขาด ปีนี้ก็ได้ที่ 1 จากการแข่งระดับจังหวัดมาแล้ว วันนี้เป็นการแข่งในระดับภาค เพื่อคัดเลือกผู้ที่ผ่านเข้ารอบไปแข่งขันในระดับประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2562

ผอ.โรงเรียนปราโมชวิทยาบอกอีกว่า โจทย์ของการแข่งขันแต่ละปีจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับผู้จัดว่าปีไหนจะเลือกโจทย์จากหนังสือสารานุกรมเล่มไหน เช่นในปีนี้

“การแข่งขันนั้นแพ้หรือชนะไม่สำคัญ แต่ให้รู้ว่าความสามารถของเราอยู่ที่จุดไหนของประเทศ และจะได้กลับมาแก้ไข เพราะแค่อ่านสารานุกรมไทยฯ เด็กๆ ที่อ่านก็ได้ความรู้ต่างๆ จากการอ่านแล้ว”