เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม นายอรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยกรณีที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ที่มีนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน เห็นด้วยกับข้อเสนอเกี่ยวกับการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ที่คุรุสภาเคยมีมติให้นักศึกษาที่เข้าเรียนคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ (หลักสูตร 5 ปี) ตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 ต้องสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ โดยจะมีการสอบครั้งแรกในปีการศึกษา 2562 แต่เมื่อมีการปรับเป็นหลักสูตร 4 ปี จึงเสนอว่านักศึกษาเรียนหลักสูตร 5 ปี ไม่ต้องเข้ารับการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาต โดยจะเริ่มการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ กับนักศึกษาเรียนหลักสูตร 4 ปี แทน ซึ่งเบื้องต้นมีแนวทางการสอบแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงแรกจะสอบนักศึกษาชั้นปีที่ 2 เป็นการสอบความรู้พื้นฐานวิชาชีพ และช่วงที่สองจะสอบนักศึกษาชั้นปีที่ 4 เป็นการทดสอบความรู้ในการปฏิบัติการสอนแทนนั้น ว่า เรื่องนี้ถือเป็นแนวปฏิบัติเดิมอยู่แล้วที่นักศึกษาหลักสูตร 5 ปี จะต้องได้รับใบอนุญาตฯ โดยอัตโนมัติ แต่ช่วงหลายปีมานี้มาความพยายามจะทำเกิดการสอบเพื่อให้การได้มาซึ่งใบอนุญาตฯ จึงเป็นสาเหตุที่นักศึกษาหลักสูตร 5 ปี ในปีการศึกษา 2557 ต้องเข้าสอบด้วย อย่างไรก็ตามเกณฑ์ออกมาใหม่ มีความเกี่ยวข้องกับการเรียนครูหลักสูตร 4 ปี ผู้ออกนโยบายจึงต้องการจะลดแรงต้านทานในการจัดทำหลักสูตรใหม่ และลดแรงต้านจากนักศึกษาหลักสูตร 5 ปีด้วย เพราะหากยังให้นักศึกษาหลักสูตร 5 ปี ต้องสอบเพื่อขอรับใบอนุญาติจะต้องมีเสียงโวยมาจากนักศึกษากลุ่มนี้แน่นอน จึงเปลี่ยนให้นักศึกษาหลักสูตร 5 ปี จะได้รับใบอนุญาตฯอัตโนมัติเหมือนเดิม และนักศึกษาหลักสูตร 4 ปี ต่อไปจะต้องสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ แทน
นายอรรถพล กล่าวว่าต่อว่า อย่างไรก็ตามเรื่องเกณฑ์ใหม่นี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องสื่อสาร และทำความเข้าใจกับนักเรียนระดับชั้น ม.6 ด้วย เพราะตนเชื่อว่ามีเด็กจำนวนหนึ่งที่ไม่รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ กลายเป็นนักศึกษาที่เรียนหลักสูตร 4 ปี เมื่อเรียนจบต้องสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ด้วย เด็กเหล่านี้อาจจะไม่มีแรงจูงใจในการมาเรียน แม้ว่าจะรู้สึกดีที่ไม่ต้องเรียน 5 ปีเหมือนก่อนแล้วก็ตาม แต่ผลข้างเคียงที่มาจากนโยบายนี้อาจจะเกิดผลกระทบหลายด้าน อย่างไรก็ตามการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ นี้ยังไม่มีแนวทางชัดเจน เหมือนโยนมากว้างๆ ยังไม่มีใครเห็นแนวทางปฏิบัติว่าจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ เพราะอย่าลืมว่าที่ผ่านมาประเทศไม่เคยจัดการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ และไม่มีประสบการณ์ในการจัดสอบเลยมาก่อนเลย ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปจะต้องมีรุ่นหนูทดลองและถ้าการสอบครั้งนี้เกิดความเสียหายขึ้นมา จะรับผิดชอบอย่างไร
“การสอบเพื่อใบอนุญาตฯ อาจจะสะท้อนให้เห็นว่าคุรุสภาไม่เชื่อมั่นในคุณภาพของหลักสูตรการผลิตครูของแต่ละสถาบันผลิตครู ยกตัวอย่างเช่น หากจัดสอบจริงมีสถาบันผลิตครูรุ่นหนึ่งมีจำนวนนักศึกษา 500 คน แต่กลับมีนักศึกษาที่สอบขอรับใบอนุญาตฯ ผ่านแค่ 200 คน ถ้าใช้วิธีการนี้มากำกับดูแลเพื่อควบคุมคุณภาพครูจริง จะส่งผลกับมหาวิทยาลัยผลิตครู เพราะต่อไปมหาวิทยาลัยจะไม่รับนักศึกษาเข้ามาเรียนสะเปะสะปะ หรือรับเกินจำนวน เพราะต้องมั่นใจว่าเด็กที่เรียนจบแล้วจะสามารถสอบผ่านได้” นายอรรถพล กล่าว
นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ส่วนแนวทางการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ จะแบ่งเป็น 2 ช่วงเพื่อไม่ให้นักศึกษาเครียดนั้น มองว่าไม่สามารถทำได้ เพราะอย่าลืมว่าการเรียนการสอนโดยเฉพาะวิชาชีพครูจะค่อยๆ เพื่อระดับไปในแต่ละชั้นปี และมีหลายวิชาที่เรียนต่อกันไป จะมาเร่งสอนวิชาพื้นฐานให้เสร็จทันในปีที่ 2 เพื่อให้จัดสอบให้ทัน จะทำให้สถาบันผลิตครูทุกแห่งต้องออกแบบหลักสูตรที่เหมือนกันหมด และการแบ่งสอบลักษณะนี้ถือเป็นดาบสองคม เพราะเหมือนกำลังแบ่งความรู้พื้นฐานวิชาชีพครู และสมรรถนะการปฏิบัติงานเป็นสองท่อน ซึ่งไม่ได้เพราะสองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องมาคู่กันไม่ใช่มาแยกส่วนเป็นชิ้นๆ

