มหา’ลัยเจอเผาจริงปี’62 เหตุยอด น.ร.ลงทะเบียนทีแคสต่ำกว่า 3 แสน 

24.12.18 | 15:08 น.

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุม ทปอ.ได้หารือถึงประเด็นสถานการณ์ของอุดมศึกษาไทยในปี 2562 ว่าควรจะปรับตัวอย่างไรบ้าง เพราะดูจากจำนวนนักศึกษาที่รับสมัครผ่านระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2561 หรือทีแคส 2561 ที่เปิดรับสมัคร 5 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน รอบที่ 2 โควต้า รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน รอบที่ 4 แอดมิสชั่นส์ และรอบที่ 5 รับตรงอิสระ พบว่าจำนวนผู้สมัครเข้าเรียนน้อยกว่าจำนวนที่มหาวิทยาลัยเปิดรับ และในแต่ละรอบมีการสละสิทธิจำนวนมาก ถือเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับมหาวิทยาลัยไทย อีกทั้งผลการเปิดรับสมัครลงทะเบียน ของทีแคส 2562 พบว่ามีผู้มาลงทะเบียนในระบบไม่ถึง 300,000 คน ซึ่งจำนวนนี้ถือเป็นจำนวนที่น้อยกว่าปีที่ผ่านมามาก และ ทปอ.ได้รวบรวมข้อมูลมหาวิทยาลัย คณะ สาขาวิชา องค์ประกอบ เกณฑ์ และจำนวนรับนิสิตนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยทั้ง 92 แห่ง พบว่าปีการศึกษา 2562 มีจำนวนรับรวมกัน 390,120 คน ดังนั้น ทปอ.การันตรีได้เลยว่าจำนวนที่นั่ง ที่มหาวิทยาลัยเปิดรับมีมากกว่าจำนวนนักเรียน 2 เท่าแน่นอน

นายสุชัชวีร์กล่าวต่อว่า เมื่อที่ประชุมทราบถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 จึงมีมติตั้ง คณะกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษา (University Learning Reform Committee) โดยมีนายศักรินทร์ ภูมิรัตน รองประธาน ทปอ. เป็นประธาน ซึ่ง ทปอ.จะเข้าไปลงทุนทั้งกำลังคน กำลังเงินในการปฏิรูปเรื่องการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย เพราะการปฏิรูปครั้งนี้หากมหาวิทยาลัยไปทำกันเองจะต้องใช้งบประมาณในการลงทุนมาก ทปอ.จึงเข้ามาช่วยเป็นศูนย์กลางในการปฏิรูปให้

“ปี 2562 จะเป็นปีที่น่ากลัวมากสำหรับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย เมื่อก่อนเราไม่ทราบถึงปัญหานี้เพราะมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเปิดรับนักศึกษาเอง เมื่อมีระบบทีแคส 2561 ขึ้นมา ทำให้ ทปอ.ทราบปัญหานี้ทันที และในปีหน้าคิดว่ามหาวิทยาลัยมาถึงจุดเผาแล้ว คือเด็กมีจำนวนน้อยลง เด็กไม่สนใจที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเพราะเทคโนโลยีกว้างไกล เด็กมีความรักอิสระมากขึ้น ดังนั้น มหาวิทยาลัยต้องปรับตัว เช่น วิชาเลือกต้องมีมากขึ้นและมีวิชาบังคับน้อยลง หรือการปรับหลักสูตรบางหลักสูตรที่ล้าหลัง ไม่ทันสมัย ไม่มีความยืดหยุ่น หรืออาจจะเปิดให้นักศึกษาที่เรียนจบมาแล้วมีความรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ จบมามีปริญญา 2-3 ใบ อาจจะจูงใจให้เด็กเข้ามาเรียนได้มากขึ้น เป็นต้น ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพในการสอน แม้จะมีนักศึกษาเข้ามาเรียนน้อย แต่สามารถนำนักศึกษาที่เรียนจบไปแล้ว หรือคนอายุ 60-70 ปี ที่ยังมีกำลัง และสติปัญญากลับเข้ามาเรียนใหม่ได้หรือไม่” นายสุชัชวีร์กล่าว

ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่

Advertisement

เพิ่มเพื่อน