เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นายเรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) อุตรดิตถ์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์จำนวนนักศึกษาที่เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศว่า ขณะนี้ มรภ.ทั่วประเทศรับนักศึกษาผ่านระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือทีแคส ปีการศึกษา 2562 รอบที่ 1 รอบแฟ้มสะสมผลงาน พบว่า จำนวนผู้สมัครในสาขาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ยังได้รับความนิยมมีผู้สมัครเรียนจำนวนมาก คาดว่าจะสามารถรับนิสิตนักศึกษาครูได้ตามเป้าหมาย ส่วนสาขาวิชาอื่นๆ ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ อย่างไรก็ตามตนคิดว่า เราจะเห็นภาพชัดเจนว่าสถานการณ์ของ มรภ.ทั่วประเทศจะมีปัญหาหรือไม่ คงต้องรอผลการรับสมัครรอบที่ 2 รอบโควต้า ซึ่งจะรับประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2562 ก่อน จึงจะทำให้ทราบว่า ปี 2562 นี้ เราจะประสบปัญหาหนักเหมือนที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ระบุหรือไม่
นายเรืองเดชกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ ทปอ.แสดงความกังวลว่าปี 2562 จะเป็นปีเผาจริงของมหาวิทยาลัยไทยและจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษานั้น มรภ.ก็มีการเตรียมการหลายอย่าง เช่น การปรับหลักสูตร หรือปิดบางหลักสูตร แต่เนื่องจากกลุ่มผู้เรียนของ มรภ.กับมหาวิทยาลัยรัฐเดิมสังกัด ทปอ. เป็นคนละกลุ่มกัน โดยนักศึกษาของ มรภ.กลุ่มหลักจะเป็นนักศึกษาในชุมชนท้องถิ่น ที่ต้องการเรียนในภูมิลำเนาตนเอง ก็จะเข้าเรียน มรภ. ซึ่งยังมีจำนวนพอสมควร
“ปัญหาเด็กลด ทำให้คนเรียนต่อ มรภ.น้อยลง เป็นเรื่องที่ มรภ.ติดตามสถานการณ์และมีความห่วงใยมาโดยตลอด และพบปัญหาเด็กลดลงอย่างฮวบฮาบมาตั้งแต่ 2 ปีที่ผ่านมา จึงคิดว่าสถานการณ์ของ มรภ.คงมาถึงจุดต่ำสุดแล้ว ปี 2562 ก็คงไม่ลดลงไปกว่านี้ ซึ่ง มรภ.ก็ปรับหลักสูตร โดยได้รับคำแนะนำจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ให้ผลิตบัณฑิตตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน โดยร่วมมือกับสถานประกอบการในการผลิตบัณฑิต เรียกว่า หลักสูตรการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการการเรียนกับการทำงาน หรือ Work Integrated Learning (WIL) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการเรียนสหกิจศึกษา แต่ใช้เวลาเรียนมากกว่า โดยจัดการเรียนการสอนร่วมกับสถานประกอบการ นำนักศึกษาเข้าไปเรียนและทำงานในสถานประกอบการเป็นเวลา 2 ปี เมื่อนักศึกษาเรียนจบ สถานประกอบการก็สามารถคัดเลือกคนเข้าทำงานได้ เพราะเห็นแววตั้งแต่เรียน โดยหลักสูตรนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสาขาวิชาชีพ เช่น อาหาร การท่องเที่ยว ไฟฟ้า เป็นต้น หรือจัดหลักสูตรร่วมกับบริษัทซีพีออลล์ เมื่อจบแล้วก็เข้าทำงานในร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น” ประธาน ทปอ.มรภ.กล่าว

