ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องพระราชวังเดิม เชื่อ”พระเจ้าตาก”มีแผนย้าย แต่ยังไม่ทันได้ทำ

25.12.18 | 17:51 น.

เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 25 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการถ่ายทอดสดรายการขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยวผ่านเฟซบุ๊ก ‘มติชนออนไลน์’ ในตอน ‘กรุงธนบุรีของพระเจ้าตาก จากอยุธยา 500 ปีมาแล้ว’ ซึ่งจุดถ่ายทำแห่งแรก คือ พระราชวังเดิม ภายในกองบัญชาการกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โดยมีผู้สนใจรับชมพร้อมกันเป็นจำนวนมาก รวมถึงร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย

นายสุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์เครือมติชน กล่าวว่า พื้นที่กรุงธนบุรีที่เรารู้จักในวันนี้ เดิมเป็นเมืองมาก่อนแล้ว ต่อมาพระเจ้าตากสินมหาราชได้สถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงโดยมีกำแพง 2 ฟากแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งฝั่งตะวันตก และตะวันออก
“ตอนนี้เราอยู่ในเขตเมืองธนบุรีฝั่งตะวันตก เข้าใจว่าทรงมีแผนอยู่แล้วที่จะย้ายไปอยู่ฝั่งตะวันออก แต่ยังไม่ได้ทำ อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ศึกษาประวัติศาสตร์ช่วงนี้และเขียนไว้ว่า พระเจ้าตากสินเป็นลูกชาวจีน มีอาชีพค้าขายทางเกวียน เมื่อสบโอกาสก็รับราชการในหัวเมืองไกล คือ เมืองตาก เมืองระแหง และได้เป็นเจ้าเมืองตาก ในสงครามเสียกรุงครั้งที่ 2 ระหว่างพม่าล้อมกรุง ได้รวบรวมไพร่พลต่อสู้จนปรากฏชื่อเป็นนายทัพที่เข้มแข็ง ต่อมาพากันตีแหกพม่าไปยังหัวเมืองฝั่งตะวันออก เริ่มหน้าใหม่ให้ประวัติศาสตร์ของตนเองและของไทย” นายสุจิตต์กล่าว

จากนั้น นายธัชชัย ยอดพิชัย ผู้ช่วยบก.นิตยสารศิลปวัฒนธรรมนำชมท้องพระโรง กล่าวว่าเป็นอาคารที่สำคัญที่สุดในพระราชวังเดิมและเป็นหลักฐานเก่าถึงยุคกรุงธนบุรี ประกอบด้วยพระที่นั่ง 2 หลัง คือ พระที่นั่งโถง และพระที่นั่งขวาง มีสิ่งที่บ่งชี้ถึงฐานานุศักดิ์คือ หลังคาซ้อนชั้น มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ส่วนเก๋งคู่ 2 หลัง จากการขุดค้นทางโบราณคดีพบว่าน่าจะสร้างในยุคที่สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมาประทับในพระราชวังเดิม คือในสมัย ร.3 ปัจจุบัน เป็นส่วนจัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) ได้เข้ากราบสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ นายขรรค์ชัยอ่านข้อมูลต่างๆ ด้วยความสนใจ รวมถึงเดินชมกระดูกศีรษะปลาวาฬภายในศาลอีกแห่งหนึ่งซึ่งพบบริเวณใต้ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินครั้งทำการบูรณะ จึงถูกรวบรวมขึ้นมาจัดแสดงไว้ดังที่เห็นในปัจจุบัน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าต่อมา นายสุจิตต์ ได้เดินทางไปยังท่าเรือราชินี เขตพระนครซึ่งมองเห็นทัศนียภาพพระราชวังเดิมจากฝั่งตรงข้ามอย่างสวยงาม โดยบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนโดยรอบ ซึ่งประกอบด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จำนวนมาก อา ทิ โรงพิมพ์หมอบรัดเลย์ รวมถึงวัดกัลยาณมิตร เป็นต้น จากนั้น นายสุจิตต์เดินทางกลับมาสมทบกับนายขรรค์ชัยซึ่งรออยู่บริเวณป้อมวิไชยประสิทธิ์

นายสุจิตต์ กล่าวว่า ประวัติศาสตร์กรุงธนบุรี คงพูดกันได้อีกไม่รู้จบ เพราะยังมีการศึกษาเชิงวิชาการไม่มากนัก เช่น โครงสร้างป้อมวิไชยประสิทธิ์ รวมถึงป้อมปากคลองตลาดฝั่งตรงข้ามที่ฝรั่งเศสเขียนผังไว้ ก็ยังไม่มีการวิจัยในรายละเอียด ทั้งนี้ ตนมองว่าควรเปิดให้ประชาชนเข้าชมพระราชวังเดิมได้อย่างอิสระ ซึ่งจะสร้างคุณค่ามหาศาลสำหรับการศึกษาของไทย และสร้างมูลค่ามหาศาลสำหรับการท่องเที่ยวด้วย

“พระราชวังเดิมตั้งอยู่ในเมืองที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เป็นที่ประทับของพระเจ้าตากสิน เมื่อถึงแผ่นดินรัชกาลที่ 1 โปรดให้เป็นที่ประทับของ รัชกาลที่ 2 สุนทรภู่ก็มาถวายตัวอยู่กับสมเด็จพระปิ่นเกล้าที่นี่ จึงอยากให้ร่วมกันพิจารณาว่าถึงเวลาหรือยังที่จะเปิดให้ประชาชนเข้าโดยอิสระ ให้เรือมาจอดได้ คนเดินเข้ามาดูในวังได้ ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดอย่างสาธารณะ จะสร้างคุณค่าอย่างมหาศาลต่อสังคมไทย” นายสุจิตต์กล่าว

อนึ่ง ขณะนี้มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานภายในพระราชวังเดิม ร่วมกับกองบัญชาการกองทัพเรือ เปิดให้เข้าชมฟรีไปจนถึง 28 ธันวาคมนี้ โดยไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้า