‘ประเสริฐ’เผย 9มทร. ขานรับปรับหลักสูตรรับอาชีพอนาคต ชี้รัฐต้องให้งบสนับสนุน-เอกชนต้องร่วมมือกับมหา’ลัย

31.12.18 | 05:00 น.

กรณีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ให้สัมภาษณ์เรื่องประเทศไทยกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต ว่าตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป ประเทศไทยและโลก จะมีการเปลี่ยนแปลงที่นำมาสู่ความปั่นป่วน สับสนอลหม่านของผู้คนอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน โดยทุกคนต้องเผชิญ 3 ประเด็นท้าทาย คือ1.การเผชิญกับโลกของความสุดโต่งในหลากหลายมิติ ทั้งทางธรรมชาติ เศรษฐกิจ และการเมือง 2.การเผชิญโลกของความย้อนแย้งของผู้คนในสังคม และ3.การเผชิญกับโลกของความปั่นป่วน จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สิ่งที่ต้องเตรียมตัวรับมือ คือการเตรียมอาชีพสำหรับอนาคตจะต้องใช้องค์ความรู้ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น โดยมหาวิทยาลัยจะต้องจัดหลักสูตรระยะสั้นๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ อินเตอร์เน็ตประยุกต์ เป็นต้น ปรับระบบการเรียนการสอนของตนเอง จากการเรียนในห้องเรียนในลักษณะแบบประมวลผล และให้เหตุผลกับข้อมูล เป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์นั้น

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า เรื่องเทคโนโลยีที่จะเข้ามาในอนาคตเป็นเรื่องที่ถูกต้อง มหาวิทยาลัยที่เน้นสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้องปรับตัวตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาแรงงานในอนาคตให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ในส่วนของ มทร. ทั้ง 9 แห่งได้ปรึกษาหารือและร่วมกันทำแผนปรับปรุงเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เพื่อรับมือต่อเทคโนโลยีที่จะเข้ามาในอนาคตแล้ว คือ รายวิชาและสาขาที่เปิดสอนต้องมุ่ง 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาลทั้งหมด เช่น อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ เป็นต้น

“อย่างไรก็ตามนอกจากรัฐบาลจะมีนโยบายออกมาเเล้ว ยังอยากให้รัฐบาลมีงบประมาณที่สนับสนุนมหาวิทยาลัยออกมาด้วย และอยากให้ภาคเอกชนให้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเพื่อให้พัฒนากำลังคนตอบสนองภาคอุตสาหกรรมไปด้วยกัน อย่างไรก็ตามการพัฒนากำลังคนให้เห็นผลของการเปลี่ยนแปลงต้องใช้ระยะเวลานาน อาจจะเป็น 10 ปี 15 ปี แต่ขณะนี้ มทร.ทั้ง 9 แห่ง ต่างขานรับนโยบายรัฐบาลในการผลิตกำลังคนที่จะเพิ่มแรงงานเพื่อรองรับอาชีพในอนาคตแล้ว เพราะวันข้างหน้า หุ่นยนต์จะถูกใช้ในการทำงานมากยิ่งขึ้น และจะให้คนทำงานน้อยลง แต่การใช้คนน้อยลงก็ต้องใช้คนที่มีเข้ารู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีและมีสมรรถนะขั้นสูงเข้ามาทำงานด้วยเช่นกัน”นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ส่วนเทคโนโลยีที่เข้ามาจะสร้างปัญหาให้กับประเทศหรือไม่ ตนมองว่าเป็นโอกาสมากกว่า ถึงแม้เทคโนโลยีที่เข้ามาจะปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว แต่เราต้องใช้คนเป็นฐานรากเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้วย คือต้องพัฒนาคน 3 ระดับ คือ1.ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ให้มีเทคนิคขั้นสูง 2.กลุ่มนักศึกษาเทคโนโลยี ที่ต้องพัฒนาเป็นแรงงานที่มีทักษะขั้นสูง และ 3.ต้องพัฒนาบัณฑิตที่จบการศึกษาไป ให้มาเสริมทักษะเพื่อเป็นแรงงานผู้ใช้ประสบการณ์และเทคนิคขั้นสูงด้วย ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยทุกแห่งต่างปรับตัวตามแนวทางนี้ทั้งหมด และเตรียมตัวโดยทำหลักสูตรระยะสั้น เพื่อให้บัณฑิตที่จบไปกลับเข้ามาเรียนเพื่อเสริมทักษะ พัฒนาตนเองด้วย

 

Advertisement