‘เรืองเดช’เผย 38มรภ. เร่งปรับตัวตามเทคโนโลยี สอนหลักสูตรระยะสั้น-เน้นออนไลน์

31.12.18 | 06:02 น.

กรณีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ให้สัมภาษณ์เรื่องประเทศไทยกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต ว่าตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป ประเทศไทยและโลก จะมีการเปลี่ยนแปลงที่นำมาสู่ความปั่นป่วน สับสนอลหม่านของผู้คนอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน โดยทุกคนต้องเผชิญ 3 ประเด็นท้าทาย คือ1.การเผชิญกับโลกของความสุดโต่งในหลากหลายมิติ ทั้งทางธรรมชาติ เศรษฐกิจ และการเมือง 2.การเผชิญโลกของความย้อนแย้งของผู้คนในสังคม และ3.การเผชิญกับโลกของความปั่นป่วน จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สิ่งที่ต้องเตรียมตัวรับมือ คือการเตรียมอาชีพสำหรับอนาคตจะต้องใช้องค์ความรู้ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น โดยมหาวิทยาลัยจะต้องจัดหลักสูตรระยะสั้นๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ อินเตอร์เน็ตประยุกต์ เป็นต้น ปรับระบบการเรียนการสอนของตนเอง จากการเรียนในห้องเรียนในลักษณะแบบประมวลผล และให้เหตุผลกับข้อมูล เป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์นั้น

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม นายเรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) อุตรดิตถ์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) กล่าวว่า ขณะนี้ มรภ. ทั้งหมดต่างปรับตัวเพื่อให้ทันกับเทคโนโลยีแล้วโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.ให้นักศึกษาเรียนรู้และมีพื้นฐานเกี่ยวกับดิจิตอลและนวัตกรรม เพราะในชีวิตประจำวันนักศึกษาจะต้องเผชิญสิ่งเหล่านี้โดยที่หลีกเหลี่ยงไม่ได้ มหาวิทยาลัยต้องสอนนักศึกษาเพื่อให้สามารถอยู่กับเทคโนโลยีได้ และ 2.หลักสูตร โดยเฉพาะวิชาทั่วไปหรือวิชาพื้นฐาน ต้องปรับให้ทันสมัยเข้ากับปัจจุบัน โดยนำวิชา เช่น ปัญญาประดิษฐ์ หรือดิจิตอล เข้าไปใส่ในทุกหลักสูตร เช่น นักศึกษาที่เรียนสาขาโรงแรมและการท่องเที่ยว จะต้องเรียนรู้เรื่องการทำแอพพิเคชั่น การสื่อสาร การสร้างมัลติมีเดีย สื่อออนไลน์ เป็นต้น โดยต้องไม่ทิ้งแก่นวิชาที่ตนเรียนไปด้วย ขณะเดียวกันต้องเสริมความรู้ในด้านต่างๆ เช่น ศาสตร์ของพระราชา เศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่กันไป

“ขณะนี้ มรภ.ทั้ง 38 แห่ง ตื่นตัวและปรับเปลี่ยนตนเองแล้ว เช่น มีหลายมหาวิทยาลัยควรปรับสอนหลักสูตรระยะสั้น เพราะปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่ไม่อยากเรียนอะไรที่เป็นหลักสูตระยะยาว อีกทั้งเริ่มมีการปรับสอนในหลักสูตรออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ทันกับเทรนนักศึกษารุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป ส่วน ทปอ.มรภ.ก็เคยยกประเด็นนี้มาหารือกัน พร้อมพยายามดู และมานั่งคิดกันว่าจะทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายได้อย่างไร เพราะถ้าทำเป็นระบบเครือข่ายได้ การพัฒนา การดำเนินการต่างๆ จะประหยัดมากขึ้น” นายเรืองเดช กล่าว