เมื่อวันที่ 2 มกราคม ที่วัดสุธรรมวดี หรือวัดมอญ บางกระดี่ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ผู้สื่้อข่าวรายงานว่า มีการจัดงานประชุมเพลงพระภิกษุมอญ 2 รูป ได้แก่ หลวงพ่อพระครูปลัดสมจิตร อุตตโม และหลวงพ่อประเสริฐ เอกวัณโณ มีชาวมอญนับพันรายเข้าร่วมจนเกือบเต็มพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานในภาคกลาง และตะวันออกของไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในงาน มีชาวมอญแต่งกายด้วยชุดประจำชาติทั้งชาย และหญิง เดินทางเข้ากราบร่างของภิกษุทั้งสอง ซึ่งตั้งไว้บริเวณด้านข้างของ “ปราสาทมอญ” ซึ่งสร้างสำหรับงานประชุมเพลิงตั้งแต่ช่วงเช้าจรดเย็น ต่อเนื่องถึงช่วงค่ำ ซึ่งมีการเปิดไฟที่ประดับไว้อย่างสวยงาม โดยพากันนำไม้หอมขึ้นไปวางบน “ชิงช้าไกว” กลางปราสาทซึ่งมีลักษณะเป็นตะแกรง สำหรับนำร่างภิกษุทั้ง 2 ขึ้นเผาด้วยไฟแบบโบราณ (เชิงตะกอน)
ต่อมาเวลาประมาณ 21.15 น.พระสงฆ์ประกาศเป็นภาษามอญให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าประจำที่ โดยยุติการให้นำไม้หอมขึ้นไปวาง พระสงฆ์มอญจากรัฐมอญในประเทศเมียนมา ซึ่งรับนิมนต์มาร่วมงาน นั่งประจำพื้นที่หน้าปราสาท พร้อมด้วยพระสงฆ์จากวัดมอญในประเทศไทย อาทิ วัดปรมัยยิกาวาสฯ จ.นนทบุรี, วัดทรงธรรม พระประแดง จ.สมุทรปราการ และวัดอาวุธวิกสิตาราม บางพลัด กรุงเทพฯ เป็นต้น รวมถึง พระครูอดุลกาญนกิจ (หลวงพ่อมเห) วัดเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยมีหัวหน้าคณะสงฆ์รามัญนิกายจากรัฐมอญ เมียนมา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานนี้มี นายพลโท มอญ หัวหน้าพรรคมอญใหม่ หรือ New Mon State Party เข้าร่วมด้วย โดยรับหน้าที่เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
เวลาประมาณ 22.00 น.มีการนำต้นกล้วย และกระดาษสีทองที่ประดับบนชิงช้าไกวออกทั้งหมด เริ่มขนเชื้อเพลิง อาทิ ถ่านไม้ขึ้นสู่ปราสาท ในขณะที่ชาวมอญนั่งเรียงรายรอบปราสาทจนเต็มพื้นที่ บางส่วนต้องยืนอยู่โดยรอบเพื่อรอร่วมพิธีสำคัญในครั้งนี้ คณะสงฆ์มอญขึ้นเวทีนำสวดมนต์และเทศนาจนในเวลาเกือบ 23.00 น.ซึ่งกำหนดการต่อไป จะเป็นการนำร่างภิกษุทั้ง 2 รูปเวียนรอบปราสาท จำนวน 3 รอบ แล้วนำขึ้นประชุมเพลิงในชิงช้าไกว โดยคาดว่าจะเสร็จพิธีการทั้งหมดราว 24.00 น.ในขณะที่ชาวมอญที่เข้าร่วมงานยังคงปักหลักในวัดอย่างหนาแน่น โดยส่วนหนึ่งได้ว่าจ้างรถสองแถวในการเดินทางไป-กลับที่พัก
นายกฤษณะ ปุณณะการี ช่างไทยเชื้อสายมอญสังขละบุรี กล่าวว่า ปราสาทมอญสำหรับประชุมเพลิงภิกษุ มีโครงสร้างทำจากไม้ ประดับประดาด้วยกระดาษระบายสีต่างๆ ใช้เวลาสร้างนาน 4 เดือน โดยทุ่มสร้างทั้งวันทั้งคืน เฉพาะช่าง ราว 10 คน ไม่รวมแรงงาน และจิตอาสาที่ร่วมสร้าง และประดับตกแต่ง สำหรับขั้นตอน เริ่มจากการออกแบบโดยเบื้องต้นใช้แบบที่ทำสืบต่อกันมาจากโบราณแล้วประยุกต์เพิ่มเติม
พระมหานันทชัย นฺนทชโย เจ้าอาวาสวัดสุธรรมวดี กล่าวว่า พระภิกษุทั้ง 2 เป็นที่เคารพของชาวมอญในเมืองไทยอย่างมาก โดยเฉพาะพระครูปลัดสมจิตร ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของภิกษุมอญในไทย ทั้งยังเป็นที่ปรึกษาในกิจการต่างๆ ของสงฆ์มอญ ให้ทุนการศึกษา ทั้งในไทย และรัฐมอญในพม่า อีกทั้ง เป็นผู้ทำนุบำรุงงานช่างมอญด้วย ทางวัดจึงจัดงานให้สมเกียรติ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กังวลถึงความเหมาะสมในการประชุมเพลิงภิกษุ 2 รูปพร้อมกัน แต่ภายหลังได้รัยทราบข้อมูลว่าเคยปรากฏ มาแล้วในหมู่บ้านมอญทางตอนใต้ของเมียนมา จึงตัดสินใจจัดงานนี้ในที่สุด




