อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา กรณีโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ให้นักเรียนแต่งชุดไปรเวตมาเรียนหนังสือได้สัปดาห์ละ 1 วัน
บางคนอาจคิดว่า ก็แค่อาทิตย์ละวัน จะมีอะไรน่าตื่นเต้น
แต่ในความธรรมดานั้น หากมองอย่างละเอียด มีแง่มุมน่าขบคิดอยู่มากมาย หากเรายังเห็นว่าเยาวชนเป็นอนาคตของชาติ
โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯทดลองทำเรื่องนี้ เพราะเป็นงานวิจัย มีการศึกษามานานนับ 10 ปีแล้ว
มีเป้าหมายต้องการให้นักเรียนมีความสุข มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นที่ตั้ง
จึงทำสิ่งนี้ เพื่อให้นักเรียนรู้สึกว่ามีการผ่อนคลาย “ปลดล็อก”
แม้จะเริ่มด้วยสิ่งเล็กน้อย แต่ก็ยิ่งใหญ่ในแง่ของความรู้สึกของคนในช่วงวัยรุ่น
ส่วนใหญ่มักจะถูกตีกรอบให้เดิน ให้ใช้ชีวิตที่ผู้ใหญ่ขีดเส้นไว้ให้
ทำให้ขาดความคิดสร้างสรรค์ ไม่กล้าแสดงออกในสิ่งที่ดีๆ
และแน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในแง่ความคิดเห็นแตกต่าง ระหว่างคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
คนไม่เห็นด้วย อาจมองว่าจะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องการแต่งกาย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ายังคงมีค่านิยมเหล่านี้ยังมีอยู่จริง
จึงเป็นที่มาของการเริ่มเพียงสัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อทำแบบค่อยเป็นค่อยไป
จากนั้นสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนว่ามีพัฒนาการอย่างไรบ้าง
และเชื่อว่านักเรียนกรุงเทพคริสเตียนจะมีพฤติกรรมในทางเป็นบวกมากกว่าเป็นลบ
เพราะความเป็นอิสระ คือสิ่งพื้นฐานของมนุษย์ทุกเพศทุกวัยต้องการ
หากแต่ที่ผ่านมาบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ชอบคิดแทนเยาวชน
ปากก็พร่ำบอกว่าทำเพื่อเยาวชน แต่พฤติกรรมกลับทำแบบตรงกันข้าม พยายามบังคับให้ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้
ทั้งที่ทุกคนรู้ดีว่าในโลกปัจจุบัน สังคมเปลี่ยนไปมาก การรับรู้ของเด็กและเยาวชนจากสื่อเป็นไปอย่างรวดเร็ว
หากผู้ใหญ่ยังใช้วิธีเดิมๆ คำสั่งสอนแบบเดิมๆ คำขวัญวันเด็กแบบเดิมๆ
แล้วลูกหลานของเราจะไปสู้ใครได้ ในขณะที่การแข่งขันในโลกแห่งความเป็นจริงโหดร้ายขึ้นทุกวัน
ดังนั้นแนวทางสร้างสรรค์อย่างกรณีโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ จึงเป็นเหมือนการจุดประกายให้สังคมไทยได้คิดว่า
ผู้ใหญ่คิดและทำเพื่อเด็กและเยาวชนอย่างแท้จริง ควรจะเป็นอย่างไร
นับว่าเป็นกิจกรรมดีๆ ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติที่กำลังจะมาถึง
ในห้วงเวลาที่เยาวชนของชาติอีกกลุ่ม ยังไม่รู้ชะตาชีวิตด้านการศึกษา
ว่าตกลงแล้วต้องเลื่อนวันสอบความถนัดทั่วไป(GAT) และความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) ไปเมื่อไหร่
เพื่อรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจนก่อนจึงจะกำหนดวันสอบได้
เห็นมั้ยล่ะว่าผู้ใหญ่บ้านเรารักเด็กและเยาวชนแบบไหนกัน !!!???

