ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว รองคณบดีสถาบัน RSU Gen.ed. มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า เมื่อพูดถึงรักในวัยเรียน ทุกคนคงจิตนาการภาพของรุ่นพี่ เพื่อนน่ารักๆ หล่อๆ ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดเป็นแน่ และประสบการณ์การอกหักครั้งแรก หรือการจีบสาวด้วยวิธีแปลกๆ แบบที่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำมาก่อน ก็คงจะมีให้แอบขำกันอยู่บ้าง สำหรับ “รักในวัยเรียน” โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัย มักจะมาพร้อมกับความรู้สึกในใจว่า คนที่เราแอบรักอยู่นั้น จะมีโอกาสลุ้น และกลายเป็นคู่แท้ได้อยู่กันตลอดไปหรือไม่นะ
“แต่รู้หรือไม่ว่าในทางกลับกัน ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่กลับมีความกังวลถึงความรักในวัยเรียนของเด็กๆ กันมากเลย ผู้ใหญ่เขากลัวอะไรกัน กลัวว่าเมื่อเด็กวัยนี้ให้ความสำคัญกับความรักแบบนี้มากเกินไป จะต้องทำอย่างไรดี การพยายามหาวิธีการอบรมสั่งสอน จึงเป็นประเด็นสำคัญไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับการหาคู่ครองที่เหมาะสม การป้องกันการตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อม การป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน และอื่นๆ อีกมากมาย จนบางครั้งลืมประเด็นความรักในรูปแบบอื่นไปเลยก็มี ที่สำคัญไม่แพ้กัน ความรักที่วัยรุ่นวัยเรียนในยุคนี้ ควรสนใจอาจเป็นรักแบบอย่าง เช่น รัก และภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำ ความรักหลงใหลในเทคโนโลยี ที่หลายคนใช้เวลาก่อนนอน และตื่นนอน ในการหยิบอุปกรณ์สมาร์ทโฟนมาเช็กความเป็นไปของผู้คนรอบตัว เช็กยอดไลค์ คอมเมนต์ต่อสิ่งที่ตัวเองโพสต์ หรือแชร์ แม้กระทั่งความรักในความสนใจเรื่องการหารายได้ด้วยตนเอง อยากเป็นผู้ประกอบการ มีธุรกิจส่วนตัว หรืออยากมีตัวตนในสังคม ให้คนอื่นได้เห็นความสามารถของตัวเองด้านต่างๆ หรือรักที่อยากทำกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นต้น” ดร.ทอรัศมี กล่าว
“ประเด็นเหล่านี้ล้วนมีรากฐานมาจากความรักทั้งสิ้น เป็นความรักที่ก้าวข้ามเรื่องของอารมณ์ และความสัมพันธ์ไปแล้ว แต่ความรักในตัวเอง รู้คุณค่าในตัวเอง รู้จักที่จะรักผู้อื่นนั้น รู้หรือไม่ว่าเมื่อความรักประเภทนี้ก่อกำเนิดขึ้นจะส่งผลให้เกิดพลังบวกตามมาในหลาบรูปแบบ อาทิ ความเชื่อมั่นในตัวเอง การตั้งใจทำสิ่งต่างๆ นอกจากนี้ พลังบวกจากการส่งพลังรักให้แก่ผู้อื่นด้วยความตั้งใจด้วยดีแก่คนรอบข้าง กล้าทวงสิทธิเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ผู้ถูกรังแก หรือกล้าที่จะทำสิ่งใหม่ที่สร้างสรรค์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ ด้วยเหตุนี้ สถาบันการศึกษา สถาบันครอบครัว จึงเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นพลังความรักให้เกิดขึ้นในตัวคนรุ่นใหม่นั่นเอง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงมิติที่หลากหลาย และการมีประโยชน์ของความรัก” ดร.ทอรัศมี กล่าว
ดร.ทอรัศมีกล่าวอีกว่า การนำพลังแห่งรักมาใช้ขับเคลื่อนชีวิตไปในทางที่สร้างสรรค์ เป็นวัตถุประสงค์หลักที่ทำให้มหาวิทยาลัยรังสิตเกิดวิชาที่เรียกว่า “วิชาศาสตร์แห่งรัก” ในหมวดการศึกษาทั่วไปฉบับปรับปรุงล่าสุดปีการศึกษา 2562 ซึ่งเป็นผลผลิตในการปฏิรูปการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ว่า สร้างวิชาความรู้ที่สนับสนุนการสร้างชีวิตให้คนรุ่นใหม่ อย่างเข้าใจ เข้าถึง และเป็นธรรมชาติ โดยมีศาสตร์ต่างๆ ที่บูรณาการในวิชาการสอนอย่าง “RSU My Style” วิชา “Talent Development” ที่สร้างเพื่อมุ่งเน้นให้นักศึกษาสนใจค้นหาศักยภาพของตัวเองมากขึ้น เติมเต็มประสบการณ์ชีวิตในวัยเรียนด้วยการลงมือทำตามฝันตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย หรือวิชา “Creative Management” ค้นหาแนวทางการประกอบกิจการที่ตนสนใจและลงมือทำ วิชา “ศาสตร์และศิลป์ในการใช้ชีวิต” คือการเรียนรู้ที่จะรักชีวิตของตัวเองและใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ สร้างความงดงามให้กับชีวิต เยียวยาความขัดแย้ง และความทุกข์ด้วยวิธีคิดที่เหมาะสม รวมถึง วิชา “คนต่างรุ่นในสังคมสูงวัย” เป็นทางเลือกให้คนรุ่นใหม่ตระหนัก ตั้งรับ และเตรียมพร้อมต่อการแปรเปลี่ยนตามกาลเวลา พร้อมที่จะอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุได้อย่างมีความสุข ลดปัญหาสังคม และช่องว่างระหว่างวัย รวมถึง มอบพลังรักสร้างกิจกรรมสร้างสรรค์ให้แก่ผู้สูงอายุในสังคมได้

