เมื่อวันที่ 15 มกราคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในโอกาสวันครู ครั้งที่ 63 วันที่ 16 ตุลาคม 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทน์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมาเป็นประธาน ในพิธี และร่วมคารวะครูของท่านสมัยเรียนที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ได้แก่ พล.อ.เกษม สภาสวัสดิ์ ในขณะที่ ตนเองได้จะเชิญ นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) อาจารย์แพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในสมัยที่ตนเป็นนักเรียนแพทย์ร่วมกิจกรรมคารวะด้วยเช่นกัน ส่วนภูมิภาค แต่ละโรงเรียนก็จะจัดงานพร้อมกันทั่วประเทศ โดยมีศึกษาธิการจังหวัดเป็นแม่งาน ซึ่งไม่ได้จัดแค่ 3 วัน แต่จัดเป็นทั้งสัปดาห์เป็นกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ตั้งแต่วันที่ 11-17 มกราคม ส่วนของขวัญที่จะมอบให้ครูนั้น ที่ผ่านมาการดำเนินการต่าง ๆ จะนึกถึงขวัญและกำลังใจของครูมาโดยตลอด ล่าสุดช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้ยกเลิก การกรอกข้อมูลในโปรแกรมบันทึกประวัติการปฏิบัติงาน หรือ Logbook สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู เพื่อประกอบการเสนอขอให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนดไปแล้ว เพราะหลายคนมองว่า สร้างความยุ่งยาก สับสน เพิ่มภาระแก่ครูและไม่สอดคล้องกับวิธีการปฏิบัติ รวมถึงเรื่องอื่น ๆ เช่นการแก้ปัญหาหนี้สินครู ที่ได้เจรจากับธนาคารออมสินไปแล้ว ทำทุกอย่างเพื่อครู ไม่ว่าจะยังอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ครูก็อยู่ในหัวใจตนเสมอ
นายประวิทย์ บึงไสย อดีตเลขาธิการสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) กล่าวว่า หากมองในระยะยาว ในเรื่องของการจัดการศึกษา ควรเน้นผู้เรียนเป็นส่วนสำคัญที่สุด แต่ในระยะสั้น ตนมองว่ากระบวนการส่งเสริม การสร้างขวัญกำลังใจให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นส่วนหนึ่งที่ ศธ.ควรจะปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วย เพราะจะเป็นขวัญกำลังใจให้ครู เพื่อให้ครูมุ่งมั่นกิจกรรมการพัฒนาผู้เรียน ระบบการบริหารงานบุคคลต้องมีความเป็นธรรม สามารถตรวจสอบได้ ความซับซ้อนในการบริหารงานด้านต่างๆ ควรได้รับการแก้ไข อีกทั้งปัจจุบันการบริหารเน้นระบบการรวมศูนย์ ควรจะกระจายอำนาจการบริหารงาน
“คิดว่าสิ่งที่ครูต้องการในขณะนี้ ความชัดเจนเรื่องการบริหารงานบุคคล เช่น เรื่องการเลื่อนวิทยฐานะ ก.ค.ศ.ต้องมีความชัดเจนในเรื่องของหลักเกณฑ์ไม่ควรเปลี่ยนไปมา และอยากให้โรงเรียนมีความอิสระในการบริหารจัดการ เพราะตอนนี้โรงเรียนไม่ค่อยมีอิสระในการคิดเอวงทำเอง ต้องรอคำสั่งการจากผู้บังคับบัญชาอย่างเดียว อย่างไรก็ตามในหลายเรื่อง ศธ.ก็ดำเนินการดีอยู่แล้ว ผมก็ทราบว่ารัฐมนตรีว่าการ ศธ. พยายามช่วยเหลือครูอย่างเต็มที่ แต่อยากให้มารับฟังปัญหาครู รับฟังความทุกข์ครูโดยตรงด้วย” นายประวิทย์ กล่าว
นายอิสรชล นันทะบัน กรรมการ ส.ค.ท. กล่าวว่า ส่วนตัวไม่อยากให้ ศธ.ปรับเปลี่ยนอะไรเพื่อครูมากมาย เพราะครูเป็นวิชาชีพขั้นสูง ครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียน ประชาชน และครูด้วยกัน เมื่อใดก็ตามที่เกิดการปฏิรูปขึ้นในวงการครู ครูต้องนิ่งและต้องยืนหยัดเพื่อเป็นแบบอย่างของสังคม
“อยากจะฝากถึงเพื่อครูทั่วประเทศ ให้มีความตระหนักในวิชาชีพของตัวเอง ปฏิบัติตนให้สมกับเป็นวิชาชีพขั้นสูง ปัญหาที่ครูประสบตอนนี้ ในภาพรวมแล้ว ความเป็นเอกลักษณะความเป็นหนึ่งเดียวกันในองค์กรครู ยังไม่เหนียวแน่นพอ และถ้าโรงเรียนสามารถเป็นนิติบุคคลการบริหารงานจะสะดวกมากขึ้น อยากให้ทุกอย่างบริหารจากข้างล่าง เพราะตอนนี้การบริหารงานในกระทรวงมาจากบนเป็นหลัก และเรื่องของผู้บริหารต้องการปรับเปลี่ยนด้วย ที่ผ่านมาศธ. ถือเป็นกระทรวงที่เปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อยที่สุด และหลายคนไม่ได้เป็นครู จึงอยากให้ผู้บริหารและผู้บังคับบัญชา เป็นผู้ที่มีใบประกอบวิชาชีพครู เพื่อที่จะรับฟังและรับทราบเข้าใจครูอย่างจริงจัง” นายอิสรชล กล่าว

