‘ประยุทธ์’ ร่วมงานวันครูประจำปี 2562 ชี้ ‘ไม่มีใครปฏิรูปครูได้ดีเท่าครู-เน้นการศึกษานอกระบบ’

16.01.19 | 12:10 น.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 มกราคม ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเนื่องในวันครูแห่งชาติ ครั้งที่ 63 พุทธศักราช 2562 ภายใต้หัวข้อ“คุณธรรมนำครูไทย สร้างเด็กไทยหัวใจซื่อตรง” โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. คณะครูร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยปีนี้นายกรัฐมนตรีมอบคำขวัญวันครูปี 2562 ว่า “ครูดี ศิษย์ดี มีพัฒนา ก้าวหน้า สู่เทคโนโลยี” โดยนายกรัฐมนตรีร่วมประกอบพิธีบูชาบูรพาจารย์ พร้อมมองรางวัลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ประจำปี 2562 จำนวน 4 ราย 3 นิติบุคคล รางวัลคุรุสภา “ระดับดีเด่น” ประจำปี 2561 จำนวน 9 คน และรางวัลยอดครูผู้มีอุดมการณ์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ เข้าคารวะครู ที่เคยสอนสมัยเป็นรักเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) ได้แก่ พล.อ.เกษม นภาสวัสดิ์

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับผู้ร่วมงานว่า ตนรู้สึกดีใจที่เป็นประธานพิธีในวันนี้ วันที่ 16 มกราคม ของทุกปีเป็นวันครู เป็นวันครูของแผ่นดิน ครูของประเทศชาติ และครูของเด็ก ครูของสังคม ถือเป็นหน้าที่ของความเป็นครู นอกจากการผลิตเด็กจบไปให้มีอาชีพเลี้ยงครอบครัว หน้าที่ครูมีมากมาย ที่ใครเปรียบครูเป็นพ่อแม่คนที่สอง รองจากพ่อแม่ในบ้าน เป็นสภาพสังคมในอดีตและวันนี้ยังคงมีอยู่ ครูยังเป็นผู้อบรมบ่มนิสัยเด็กให้เป็นคนที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบ นอกจากจะสร้างคนสร้างเด็กให้มีงานทำ เลี้ยงครอบครัว มีรายได้แล้ว ครูต้องสร้างคนที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การปลูกฝังลูกศิษย์ให้มีคุณธรรมเป็นหน้าที่ครูเช่นกัน เมื่อคุณธรรมเกิดขึ้นในกลุ่มคนหลายคน จะกลายเป็นองค์กรที่มีจริยธรรม ทำให้เป็นองค์กรที่เข้มแข็ง กลายเป็นพลเมืองดีของชาติ เราถือว่าครูเป็นผู้สร้างคุณูปการต่อการศึกษา ต่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติ ต่อสังคม ต่อโลก จึงอยากยกย่องครูเป็นปูชนียบุคคล ที่สังคมควรให้การยกย่องและเชิดชูเป็นอย่างยิ่ง วันครูทุกปีน่าจะเป็นปีที่ครูต้องกลับมาทบทวนว่าครูทำอะไรไปแล้วบ้างในปีที่ผ่านมา เพื่อให้ครูได้ภาคภูมิใจในวันที่ 16 มกราคม และมาคิดทบทวนว่าปีหน้าจะทำอะไรให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม

“และวันนี้รัฐบาลนี้ มุ่งหวังในการปฏิรูปการศึกษา ไม่ใช่เพราะการศึกษาเรามันเลวร้าย แต่ต้องปฏิรูปตัวเราเอง ปฏิรูปเพื่อเด็ก เพื่อประเทศชาติ เพื่อสังคม และสิ่งที่จะเกิด หรือผลประโยชน์ที่จะเกิดกับครูจะตามมาเอง แต่ตราบใดที่เราไม่สามารถสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับสังคม ผู้ปกครอง และเด็กได้ แน่นอนว่าจะทำอะไรก็ตามจะเกิดปัญหาทั้งสิ้น วันนี้เราพยายามอย่างเต็มที่ ผมทราบจาก รัฐมนตรีว่าการศธ. ว่าเราปฏิรูปการหลายอย่าง แต่เราต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ สิ่งที่สังคมกำลังตั้งคำถามและโจมตีเราอยู่ แน่นอนไม่มีใครพอใจได้ 100% สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับสังคม และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กๆ ในวันนี้ อยากให้นำเข้าไปหลักสูตรในห้องเรียนด้วยว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่เอา กรณีในที่เป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย ให้เด็กเข้ามาร่วมกันวิเคราะห์ เพื่อให้ครูชี้แนะและแนะนำใดสิ่งที่ถูกต้อง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ครูต้องสอนกระบวนการแก้ปัญหาให้กับเด็ก ช่วยทั้งกระบวนการคิด วิสัยทัศน์ การวิเคราะห์ และตั้งโจทย์ให้เด็กแก้ไขปัญหา ซึ่งตนมองว่าสิ่งเหล่านี้ขาดหายไปมาก ต้องพัฒนาวิธีการเรียนการสอนใหม่ โดยที่ไม่จำเป็นต้องสร้างวิธีการสอนใหม่ แต่ใช้สติปัญญา ใช้โซเชียลมีเดีย ให้เด็กทุกคนเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ ให้ครูเรียนร่วมกับนักเรียนหาข้อมูล ร่วมกันตั้งคำถามคำตอบจากกูเกิล สร้างการเรียนรู้ร่วมกับเด็ก ดีกว่าปล่อยให้เด็กเล่นเกม สิ่งเหล่านี้คือการเรียนรู้เทคโนโลยีต่อไปในอนาคต

Advertisement

“การเรียนรู้ให้เด็กในสังคมให้เป็นคนดีต่อไป ให้โกออกมาพูดหน้าชั้นให้มากขึ้น ผมเห็นเด็กบางคนอายไม่กล้าแสดงออก ในห้องเรียนเด็กไม่กล้าถาม เพราะไม่มีความกล้าแสดงออก เราต้องสอนให้เด็กมีความกล้า แต่ไม่ได้สอนให้เด็กออกนอกกรอบ เพราะเรายังไม่มีกรอบให้เขา ไม่ใช่ให้แต่คิดนอกกรอบ ไม่สอนเรื่องกฎหมายที่เป็นกรอบหลักก่อน เมื่อคิดนอกกรอบ กว่าจะดึงกลับเข้ากรอบก็ไม่ได้แล้ว นี่คือหลักการที่ผมเห็นว่าไม่ถูกต้อง การจะคิดนอกกรอบทุกคนต้องมีบรรทัดฐาน มีภูมิคุ้มที่ดีของตนเองก่อนถึงจะคิดนอกกรอบได้ และทำอย่างไรให้อยู่กรอบได้ คือต้องไปหากติกาเพื่อเป็นกรอบใหม่ขึ้นมา ไม่ใช่ทำอะไรก็ได้ เสร็จแล้วคือเสรี คือประชาธิปไตย เสรีภาพที่ทำประเทศวุ่นวาย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า คนไทยทุกคนไม่อยากเห็นบ้านเมืองเดือดร้อน สับสนอลหม่านวุ่นวายอีกครั้ง และอีกหลายๆครั้งในในวันหน้า ควรจะต้องยุติตั้งแต่วันนี้ ที่ต้องสงบเรียบร้อยด้วยตัวเอง ด้วยคนไทย ด้วยระบอบประชาธิปไตยที่เป็นปกติ เพราะฉะนั้นเราต้องอาศัยครูที่มีศักยภาพ ต้องมีการปฏิรูปภายในของตนเอง ไม่มีใครปฏิรูปครูได้ดีกว่าครูเอง ไม่มีใครปฏิรูปการศึกษาได้ดีกว่า ศธ.เอง แต่ทั้งหมดต้องเอาปัญหา เอาสาเหตุเอาปัจจัย มาเรียงและคิดว่าจะแก้ไขไปได้อย่างไร และวางระยะเวลาไปอีก 5 ปี 10 ปี 20 ปี บางอย่างไม่เกิดวันเดียว ไม่เกิดใน1 ปี หรือ 2 ปี ไม่เกิดรัฐบาลนี้ แต่จะเกิดในรัฐบาลหน้า ทั้งหมดคือแผนแม่บทของการปฏิรูปการศึกษา เพราะฉะนั้นการผลิตครูต้องมีการพัฒนาทั้งระบบ หาคนดีคนเก่ง คนเดิมไม่ใช่ไม่เก่ง แต่ต้องพัฒนาตนเองให้ทันสมัย สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบัน การเรียนการสอนแบบเดิมไม่พอแล้ว อาจจะต้องตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อลดภาระครูผู้สอน

“ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่มีคนอยู่นอกระบบการศึกษาอยู่หลายล้านคน สามารถนำกลับมาหรือไม่ เขาขาดทุนการศึกษา จึงขาดโอกาสทางการศึกษาใช่หรือไม่ คงไม่ใช่ทั้งหมด หลายคนออกไปเพราะความจำเป็น เช่น เรียนไม่ไหว ออกไปต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ และเขาเหล่านี้สามารถกลับมาในระบบการศึกษาได้หรือไม่ ดังนั้นต้องเพิ่มสมรรถนะ ศักยภาพ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดเพิ่มตรงนี้ เพื่อให้คนเหล่านี้มีคุณวุฒิการศึกษาเพิ่มมากขึ้น เพื่อต่อยอดสามารถกลับมาเรียนในระบบในอนาคตได้ รวมถึงเด็กที่เรียนอาชีวศึกษาเรียนจบแล้วจะต้องมีงานทำ ซึ่งขอให้สถานศึกษาทุกแห่งได้ผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศมากขึ้น โดยดูว่าประเทศต้องการกำลังคนด้านไหน ต้องเพิ่มหลักสูตร สาขาวิชาทีเกี่ยวข้องให้มากขึ้น ขณะเดียวกันสังคมเด็กไม่ชอบเรียนอะไรยากๆ ซึ่งศธ.จะต้องกลับไปทบทวนเพิ่มเติมการคิดเลขในใจของเด็กให้มากขึ้นด้วย เพราะจะทำให้สมองมีความต่อเนื่องในการใช้สติปัญญามากขึ้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ด้านนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ครูคือพลังการเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมารัฐบาลมีของขวัญให้กับครูมาตลอด วันนี้ต้องถามว่า ครูอยากให้อะไรรัฐบาล หรือจะทำอะไรให้ประเทศชาติบ้าง อย่างไรก็ตามอีกไม่นานจะมีของขวัญให้กับครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา( สอศ.) โดยจะมีการปลดล็อกครั้งใหญ่ ให้กับครูที่สอนในสายช่างต่าง ๆ ต่อไป ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อจะได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านช่าง เข้ามาเป็นครูอาชีวะมากขึ้น ซึ่งทางอาชีวศึกษาเอกชนค่อนข้างดีใจ เพราะจะทำให้สามารถหาครูซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านช่างจริง ๆ มาสอนได้มากขึ้น โดยขณะนี้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) อยู่ระหว่างพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องมีการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ทั้งของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการคาดว่า จะเปิดรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิชาชีพ มาเป็นครู สังกัดสอศ. ได้ทันก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 นี้

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า กิจกรรมวันครู จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 16 – 18 มกราคม 2562 ที่ บริเวณหอประชุมคุรุสภา และบริเวณโดยรอบกระทรวงศึกษาธิการ ที่สำคัญในภาคบ่ายของวันที่ 16 มกราคม 2562 คุรุสภาได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นพ.เกษม วัฒนชัย เป็นองค์ปาฐก ในการปาฐกถาพิเศษ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ครั้งที่ 2 เรื่อง “คุณธรรมนำครูไทย” สำหรับการจัดแสดงนิทรรศการผลงานของกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในโอกาสวันครูครั้งนี้ กำหนดขึ้นภายใต้หัวข้อ “คุณธรรมนำครูไทย สานพลังเครือข่าย สร้างเด็กไทย 4.0” ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ หัวข้อที่ 1 “คุณธรรมนำครูไทย” ประกอบด้วย 6 โซน ได้แก่ คุณค่าแห่งศาสตร์พระราชา พาครูสู่ระบบใหม่แห่งการพัฒนา ผลิตสรรหาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น รักษาความก้าวหน้าและศักดิ์ศรี ให้มีกำลังใจในชีวิต และเกิดธรรมภิบาลในสถานศึกษา หัวข้อที่ 2 “สานพลังเครือข่าย” ประกอบด้วย ๖ โซน ได้แก่ สานพลังร่วมพัฒนา การศึกษาพื้นที่พิเศษ อัพเกรดฝีมือชนคนสร้างชาติ เน้นการพัฒนาระบบดิจิตอล สร้างสรรค์หลักสูตรเชื่อมโยงทั้งระบบ ครบด้วยภาคีเครือข่าย หัวข้อที่ 3 สร้างเด็กไทย 4.0 ประกอบด้วย 5 โซน สร้างสรรค์นวัตกรรม นำทักษะ ICT มีทักษะผู้ประกอบการ สร้างฐานปรับตัวได้ในสังคมโลก จรรโลงด้วยคุณธรรมรับผิดชอบสังคม