นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล คณบดีวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ (CIM) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีผลกระทบ และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากร่างกายสูดดมฝุ่นละออง PM 2.5 เข้าไปในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง จะเป็นเหตุทำให้เกิดการอักเสบในช่องทางเดินหายใจ เป็นโรคหืดหอบ หลอดเลือดอักเสบเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้ การศึกษาในมหาวิทยาลัยเซาเปาโล พบว่า การใช้ชีวิตในเมืองท่ามกลางมลภาวะอากาศ เพิ่มอัตราการเกิดโรคหัวใจเฉียบพลันมากขึ้น 75% เทียบกับเมืองที่มีอากาศสะอาด ผลจาก PM2.5 ทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย ไขมันเลือดสูงผิดปกติ เกิดการดื้อต่ออินซูลินมากขึ้น และเกิดโรคไขมันพอกตับเพิ่มขึ้น
“ดังนั้น เรามีวิธีป้องกันง่ายๆ คือ พยายามไม่รับฝุ่นละออง PM 2.5 เข้าร่างกาย โดยการใส่หน้ากากกันฝุ่น N95 อย่างถูกวิธี โดยต้องไม่ให้อากาศรอดผ่านด้านข้างของผ้าปิดปากเลย ซึ่งทำได้ยาก แต่อีกทางหนึ่งของการดูแลตนเองก็คือ ใช้อาหารเป็นยา โดยการรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ เพื่อขจัดสารพิษในร่างกาย” นพ.บรรจบ กล่าว
นพ.บรรจบกล่าวอีกว่า งานวิจัยของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ในจีนเมื่อปี 2014 พบว่า การกินน้ำบร็อกโคลี สามารถเพิ่มอัตราการขับสารพิษออกทางปัสสาวะ เพราะบร็อกโคลีมีสารซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ซึ่งออกฤทธิ์ช่วยให้ตับ และเซลล์เยื่อบุสลายสารพิษไป จึงสามารถช่วยขับสารก่อมะเร็งเพิ่มขึ้น 61% และขับสารระคายเคืองเพิ่มขึ้น 23% สารนี้ไม่ทนความร้อน การกินสุกจึงไม่มีประสิทธิภาพ โดยสารซัลโฟราเฟนจะอยู่ในบร็อกโคลีสดเท่านั้น ดังนั้น วิธีการทำน้ำบร็อกโคลี โดยให้สารซัลโฟราเฟนยังคงอยู่ คือนำบร็อกโคลีสดล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำไปแช่ช่องฟรีซเพื่อรักษาคุณค่าสารอาหาร และนำมาปั่นแยกกาก อาจนำผลไม้ชนิดอื่นมาผสมรวมเช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง ฯลฯ อาจบีบมะนาวลงไปเพื่อปรุงรส ทำดื่มเป็นประจำวันละ 1 ถ้วยตวง จะช่วยในการขับสารพิษออกจากร่างกายได้ นอกจากนี้ ยังมีอาหารอื่นที่ช่วยขับสารพิษนี้ ได้แก่ อาหารที่อุดมสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น มะขามป้อม แครอท ฟักทอง ปวยเล้ง อาจกินกรดไขมันจำเป็นเช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันงาม้อน อะโวคาโด เพื่อปรับสมดุลของไขมันในเลือด เป็นต้น ลดการกินอาหารปิ้ง ย่าง ทอด สารใส่สี ใส่กลิ่น ผงชูรสซึ่งเร่งปฏิกิริยาอักเสบในร่างกาย

