‘ชลำ’ ไม่กลัว ร.ร.เอกชนฟ้อง ม.157 เร่ง ‘กก.สอบข้อเท็จ’ หาหลักฐานส่งตำรวจเพิ่ม
กรณี นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ได้รับข้อมูลว่ามีโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี จัดการศึกษาไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) คือมีการรับนักเรียนส่วนหนึ่งมาเรียน แต่ไม่อยู่ในระบบทะเบียนนักเรียนของโรงเรียน กลับนำมาไว้นอกบัญชี โดยทางศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ปทุมธานี ซึ่งที่ผ่านมากรณีดังกล่าว ศธจ.ปทุมธานี ได้เข้าไปตรวจสอบเบื้องต้นพบความไม่ชอบมาพากล และอาจเกี่ยวข้องกับการปลอมวุฒิ ทางศธจ.ปทุมธานี ได้แจ้งความร้องทุกข์โรงเรียนดังกล่าวฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ ทำหลักฐานเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการศึกษาไม่ตรงกับความเป็นจริง ล่าสุดโรงเรียนเอกชนดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงว่าดำเนินการสอนอย่างถูกต้องตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 นั้น
เมื่อวันที่ 22 มกราคม นายชลำ กล่าวว่า หลังจาก ศธจ.ปทุมธานี เข้าแจ้งความกับทางตำรวจ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้กลับมาดูพยานหลักฐานเพื่อที่จะมาประกอบการรับแจ้งความเพิ่มเติม คาดว่าภายในวันนี้ ศธจ.ปทุมธานี และทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จ จะร่วมมือกันวางแผนดำเนินงานหาพยานหลักฐาน ดังนั้นขณะนี้เรื่องยังอยู่ในกระบวนการรวบรวมข้อมูลและหลักฐานต่างๆ เพื่อดำเนินการตรวจสอบความถูกในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนดังกล่าว
นายชลำ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ทราบข่าวว่าทางโรงเรียนดังกล่าว จะฟ้องศาลปกครองกลาง ในมาตรา 157 ตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กับศธจ.ปทุมธานีด้วย ซึ่งทางโรงเรียนมีสิทธิฟ้องอยู่แล้ว ตนเชื่อว่า ศธจ.ปทุมธานี ทำตามหน้าที่ หากศธจ. ปทุมธานี ไม่ดำเนินการทำอะไรเลยถือเป็นข้อครหาภายหลังได้เช่นกัน หากทางโรงเรียนฟ้องร้องถือว่าเป้นเรื่องที่ดี ศาลจะได้ชี้แนะและได้ความชัดเจนว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด
“ส่วน สช. จะขยายผลตรวจสอบโรงเรียนในสังกัด ที่เปิดการเรียนการสอนในลักษณะนี้หรือไม่ เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ ศธจ. ทุกจังหวัดในการตรวจสอบดูแล ตรวจเยี่ยมโรงเรียน เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องมีหนังสือไม่ย้ำด้วยซ้ำ เพราะโรงเรียนจะต้องรู้ว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด พบโรงเรียนตั้งใจ หรือจงใจกระทำการที่ไม่สอดคล้องกับระเบียบ ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ได้เน้นย้ำ ผู้อำนวยการการส่งเสริมศึกษาเอกชนทุกจังหวัด ว่าการสอดส่องดูแลโรงเรียนเป็นเรื่องสำคัญ บางครั้งโรงเรียนอาจไม่เข้าใจระเบียบกฎหมาย ต้องทำความเข้าใจ ถ้าโรงเรียนใดจงใจทำเกิดความเสียหาย ต้องว่ากันตามบทบาทหน้าที่” นายชลำ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เด็กที่ได้รับวุฒิไม่ถูกต้องกว่า 3,900 คน จะแก้ไขอย่างไรหรือเยียวยานักเรียนอย่างไร นายชลำกล่าวว่าเรื่องนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบข้อมูล คาดอีกไม่นานอาจจะมีข้อเท็จจริงออกมาว่าจำนวนนักเรียนมีจำนวนเท่าไหร่ มีนักเรียนกลุ่มไหนทำถูก ได้รับวุฒิการศึกษาถูกต้อง และมีนักเรียนกลุ่มไหนทำไม่ถูก ถ้าไม่ถูกมาจากสาเหตุใด ก็ต้องหาทางแก้ตามกรณีไป
นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานงานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) กล่าวว่า ในส่วนของ ส.ปส.กช. ที่มีสมาชิกเป็นโรงเรียนเอกชนจำนวนมากกว่า 2,600 แห่ง จากโรงเรียนเอกชนทั้งหมดกว่า 4,000 แห่ง ทาง ส.ปส.กช.จะตรวจสอบดูแลกันอยู่แล้ว ตนเชื่อว่าโรงเรียนไม่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ส่วนใหญ่ทำงานถูกระเบียบกันหมด หากพบเจอโรงเรียนกระทำความผิดจะแจ้งและรายงานกับ ศธจ. และ สช. ทันที

