‘ศธจ.ปทุมฯ’ เร่งหาหลักฐานเพิ่มเอาผิด ‘ร.ร.เอกชน’ สอนผิดกม.
เมื่อวันที่ 23 มกราคม นายพัฒนะ งามสูงเนิน ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ปทุมธานี เปิดเผยกรณีโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี จัดการศึกษาไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โดยรับนักเรียนส่วนหนึ่งมาเรียนแต่นำชื่อไว้นอกบัญชี โดยศธจ.ปทุมธานี และ สช. ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง และได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อโรงเรียนที่ผู้รับอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ว่า ทางศธจ.ปทุมธานี พบความผิดปกติจากนักเรียนระดับชั้น ม.3 และม.6 ที่จบจากโรงเรียนแห่งนี้ ไปสมัครเรียนต่อที่โรงเรียนอื่น เมื่อทางโรงเรียนตรวจสอบวุฒิ ไม่พบรายชื่อนักเรียนในทะเบียน จึงแจ้งมายัง สช. ทางสช. ได้ทำหนังสือมายัง ศธจ.ปทุมธานี ให้เข้าไปตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบพบว่าทางโรงเรียนแห่งนี้ เปิดการเรียนการสอนอย่างถูกต้อง แต่ทางโรงเรียนเปิดโครงการหนึ่งขึ้นมา ซึ่งเป็นโครงการที่ให้นักเรียนที่ลาออกกลางคัน ถูกไล่ออก หรือเรียนไม่จบการศึกษาเนื่องจากมีผลการเรียนติด 0 , ร , มส. , มผ. จากสถานศึกษาแห่งเดิม ย้ายมาเรียนโดยการเทียบโอนหน่วยกิตและมาสอบนั้น โครงการนี้ดำเนินการไม่ถูกต้อง เพราะไม่ได้ขออนุญาตถูกต้องตามระเบียบของ พ.ร.บ.การศึกษาเอกชน พ.ศ.2550 จึงสั่งให้โรงเรียนยกเลิกโครงการดังกล่าวไปในวันที่ 12 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา
นายพัฒนะ กล่าวต่อว่า ตนทราบว่าโรงเรียนได้ฟ้องศาลปกครองกลาง กรณีที่ศธจ.ปทุมธานี สั่งระงับโครงการ โดยมิชอบ ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการของกฎหมาย นอกจากนี้ ตนทราบว่าทางโรงเรียนจะฟ้อง มาตรา 157 ตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอีกคดีหนึ่งนั้น ถือเป็นสิทธิของโรงเรียน แต่ทางศธจ.ปทุมธานี ได้ปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การศึกษาเอกชนแล้ว
“เมื่อตรวจสอบพบว่าผิดปกติ ศธจ.ปทุมธานี จึงเชิญนิติกร และผู้เชี่ยวชาญจาก สช. เข้ามาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย เมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่าโรงเรียนดำเนินการที่เป็นปัญหา จึงตัดสินใจแจ้งความกับตำรวจ ตอนแรกที่เข้าไปแจ้งความนั้น จะแจ้งความในฐานปลอมแปลงเอกสาร แต่ข้อกฎหมายและหลักฐานไม่ชัดเจน จึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน ภายในวันนี้ จะนัดนิติกรของ สช.มาตรวจสอบข้อกฎหมายว่าโรงเรียนกระทำผิดในประเด็นใดบ้าง ถ้าได้ข้อสรุปแล้วจะแจ้งความดำเนินคดีต่อไป ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ส่วนที่ทางโรงเรียนออกมาบอกว่าจะยกเลิกโครงการ เมื่อศาลปกครองสั่งให้ยกเลิกเท่านั้น ถือเป็นการตัดสินใจของโรงเรียนเอง แต่ในส่วนของ ศธจ. จะดำเนินการตามหน้าที่ต่อไป” นายพัฒนะ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จำนวนนักเรียนที่จบการศึกษา และได้รับวุฒิไม่ถูกต้องกว่า 3,900 คน เป็นความจริงหรือไม่ นายพัฒนะ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติม จึงไม่สามารถชี้แจงตัวเลขที่แน่นอนได้

