ศธ.เล็งประกาศชื่อร.ร.ร่วมพัฒนาล็อตสอง 185 แห่ง

24.01.19 | 15:10 น.

เมื่อวันที่ 24 มกราคม นพ.อุดม คชินทร  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่าด้วยการกำหนดองค์ประกอบ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา และจำนวนกรรมการสถานศึกษา สำหรับสถานศึกษารูปแบบโรงเรียนร่วมพัฒนา พ.ศ.2561 ซึ่งระเบียบดังกล่าวจะทำให้โรงเรียนสามารถบริหารงานได้อย่างคล่องตัว มีประสิทธิภาพ โดยเปิดโอกาสให้คนนอก โดยเฉพาะภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียน ในรูปแบบคณะกรรมการสถานศึกษา ซึ่งจะมีอำนาจในการคัดเลือกผู้อำนวยการโรงเรียนได้เอง  จากเดิมถูกล็อกไว้ให้มาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทางเดียว ตรงนี้เป็นข้อแตกต่างกับโรงเรียนทั่วไป

“ถือเป็นการยกระดับการพัฒนาโรงเรียน โดยให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม  เพราะต้องยอมรับว่าระบบการบริหารโรงเรียนของเราที่ผ่านมา ยังมีความอ่อนด้อยในบางเรื่อง การเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาจะทำให้เกิดพลัง เพราะเขามีคนเก่งที่มีวิธีการบริหารงานแบบคล่องตัว เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล คาดหวังผลสัมฤทธิ์ได้ เชื่อว่าจะสามารถช่วยผลักดันพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น และเท่าที่ดูการดำเนินงานของโรงเรียนร่วมพัฒนาใน 1 ปีที่ผ่านมา ภาคเอกชนเข้ามาช่วยการศึกษาได้มาก ทั้งที่เราไม่ได้เน้นให้เขาเข้ามาช่วยบริจาคเงิน แต่ปรากฏว่าหลายแห่ง เอกชนสนใจบริจาคเงินเพื่อพัฒนาโรงเรียนจำนวนมาก ที่เป็นเช่นนี้ เราเองก็ไม่ได้บังคับ แต่เป็นเพราะเขาอยากทำให้โรงเรียนดีขึ้น  อย่างไรก็ตามจากนี้โรงเรียนสามารถสรรหาคณะกรรมการสถานศึกษาได้ทันที โดยปัจจุบัน มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนารุ่นแรกจำนวน 50 โรงเรียน และในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 นี้จะประกาศรายชื่อเพิ่มอีก 185 โรงเรียน “นพ.อุดมกล่าว

นพ.อุดมกล่าวต่อว่า สำหรับระเบียบดังกล่าวกำหนดให้แต่ละสถานศึกษามี คณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน 15  คน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ภาคเอกชน โดยจะต้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการ เพื่อเสนอผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) พิจารณาแต่งตั้งต่อไป ทั้งนี้โรงเรียนร่วมพัฒนาจัดการศึกษารูปแบบบริหารจัดการที่เป็น “นวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษา” โดยความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม โดยเฉพาะภาคเอกชน สถานประกอบการ และหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ เพื่อเกิดความเป็นอิสระคล่องตัว ทั้งในด้านการบริหารงานวิชาการ การบริหารงานงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไป ที่สร้างความรับผิดชอบต่อผู้เรียน ภายใต้การสนับสนุนทรัพยากร และการบริหารที่จำเป็นและเหมาะสมจากผู้สนับสนุน