สกสค.ผนึกแบงก์ออมสินทวงหนี้ครู ตั้ง กก.ร่วมวางรูปแบบ-หาบริษัทประกันใหม่

25.01.19 | 06:10 น.

เมื่อวันที่ 24 มกราคม นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา สกสค.ประชุมหารือการแก้ปัญหาหนี้สินของครูร่วมกับนางขนิฐา การีสรรพ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานลูกค้าบุคลากรภาครัฐ กลุ่มลูกค้าฐานรากและสนับสนุนนโยบายรัฐ โดยการประชุมครั้งนี้ได้ข้อยุติร่วมกันคือ ต่อไป สกสค.และธนาคารออมสิน จะติดตามการชำระเงินจากสมาชิกโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ทุกโครงการร่วมกัน จากเดิมธนาคารออมสินรับภาระในการติดตามเงินจากผู้กู้ที่ค้างชำระเพียงฝ่ายเดียว จึงได้กำหนดวิธีการดำเนินการร่วมกัน คือ เร่งสะสางข้อมูลรายชื่อผู้กู้ให้เป็นข้อมูลที่ตรงกัน เพราะขณะนี้ข้อมูลในส่วนของธนาคารออมสิน และ สกสค.ไม่ตรงกัน คาดว่าภายใน 1-2 เดือน จะรวบรวมข้อมูลแล้วเสร็จ เมื่อรวบรวมข้อมูลเสร็จแล้ว จะให้ฝ่ายกฎหมายของธนาคารออมสิน และ สกสค.ทำหนังสือติดตามทวงถามไปยังสมาชิกที่ค้างชำระ เพื่อให้มาชำระหนี้ต่อไป

“ส่วนความคืบหน้าการทำประกันชีวิต ที่ประชุมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อทำงานร่วมกัน มีผมเป็นประธาน โดยมีตัวแทนจากธนาคารออมสิน และตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เข้าร่วมด้วย คณะกรรมการชุดนี้จะประชุมหารือร่วมกันในวันที่ 30 มกราคม เพื่อกำหนดสเปก และทีโออาร์ วางกรอบในการทำประกันรูปแบบใหม่ร่วมกัน แม้ก่อนหน้าที่ สกสค.เคยเปิดให้บริษัทประกันยื่นข้อเสนอมาแล้ว ซึ่งเป็นการกระทำของ สกสค.ฝ่ายเดียว แต่ต่อมาธนาคารออมสินจะขอเข้าร่วมในการคัดเลือกบริษัททำประกันชีวิตใหม่ด้วย เนื่องจากเป็นผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องนี้ จึงได้ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้น โดยวางเป้าหมายไว้ว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์ จะได้บริษัทประกันใหม่ ซึ่งขณะนี้มี 5-6 บริษัท สนใจยื่นข้อเสนอ” นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า ส่วนรูปแบบการทำประกัน จะเป็นการประกันชีวิต หรือประกันวินาศภัยนั้น ต้องหารือร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ สกสค.ยืนยันว่าการประกันรอบใหม่นี้ ต้องเป็นประกันชีวิตเท่านั้น ที่สำคัญเบี้ยประกันต้องถูกลง และอยากให้ทุนประกันลดลงตามหนี้ ไม่ใช่ทุนประกันคงที่ เพื่อไม่ให้เป็นภาระของครูมากเกินไป