ตามที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102(ฉบับที่ )พ.ศ.2561 แก้ไขโดยที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 21/2551เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ป.ป.ช.) และให้ยกเลิกการแสดงบัญชีทรัพย์สินของนายกและกรรมการสภาในสถาบันอุดมศึกษา และรวมถึงตำแหน่งประธาน กรรมการและเลขาธิการ อาทิ กองทุนการออมแห่งชาติ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันชีวิตกองทุนประกันวินาศภัย กองทุนสงเคราะห์ เป็นต้น โดยในส่วนของอธิการบดี รองอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษายังคงต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินตามเดิมนั้น
นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวว่า เชื่อว่าจะทำให้การทำงานของมหาวิทยาลัยราบรื่นขึ้น หากยังกำหนดให้ตำแหน่งนายกสภาฯ กรรมการสภาฯ เป็นตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ภาคเอกชนจะเข้ามามีส่วนในการพัฒนาการศึกษาได้ลำบาก ถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด เข้าใจว่า ทางป.ป.ช.เองคงจะได้ข้อมูลที่รอบด้าน จึงนำไปสู่การปรับแก้ให้เหมาะสม ตำแหน่งใดที่ต้องตรวจสอบ ก็ควรต้องยื่น ตำแหน่งใดที่ไม่จำเป็น และจะเกิดปัญหาก็ตัดออก ถือเป็นแนวทางที่ดี ส่วนมหาวิทยาลัยใด ที่มีนายกสภาฯ และกรรมการสภาฯ ที่ลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว คงไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากสรรหาใหม่ตามกระบวนการ จะนำกลับเข้ามาตำแหน่งเดิมไม่ได้ เพราะถือว่าการลาออกมีผลแล้ว ทั้งนี้ที่ผ่านมาตนย้ำให้สภาฯ และกรรมการสภาฯทุกคนรอฟังแนวทางแก้ปัญหาจากป.ป.ช.และรัฐบาล มีมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่งที่รอ ก็ถือว่าโชคดี จากนี้เชื่อว่าการบริหารงานในมหาวิทยาลัยจะไม่ติดขัด
นพ.กำจร ตติยกวี อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์หาวิทยาลัย กล่าวว่า ถือว่าเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม ทำให้อุดมศึกษาสามารถเดินหน้าต่อไปได้ อย่างไรก็ตามส่วนตัวคงไม่ลาออกจากตำแหน่งแล้ว ขณะที่ในส่วนของสภาจุฬาฯ เอง เชื่อว่าคงไม่มีใครลาออกเช่นกัน โดยหลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 คำสั่งที่ 21/2561 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยใช้มาตรา 44 ยกเลิกผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและเปิดเผยตามมาตรา 102 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 เมื่อปลายปี 2561 ก็ค่อนข้างเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา
นพ.กำจรกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตำแหน่งกรรมการสภาฯ ไม่มีอำนาจในการอนุมัติเรื่องงบประมาณ ทำหน้าที่พิจารณางานด้านวิชาการ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน สำหรับระบบการตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริตนั้น มีกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว คือ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แต่หากป.ป.ช.มีข้อมูลหรือหลักฐานการทุจริตก็มีอำนาจที่จะขอตรวจสอบได้โดยตรง

