
เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ห้องประชุมหอสมุดแห่งชาติ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จัดงานมอบรางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์ ประจำปี 2561 แก่ผู้อาวุโสซึ่งเป็นนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ กวี นักแปล และบรรณาธิการอาวุโสผู้สร้างสรรค์ผลงานมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และผลงานเป็นที่ยกย่องอย่างกว้างขวาง โดยในปีนี้มีรายชื่อผู้รับมอบรางวัลทั้งสิ้น 19 คน ได้แก่ นายชวน หลีกภัย นายชูศักดิ์ ราษีจันทร์ (ต๊ะ ท่าอิฐ, ก้องหล้า สุรไกร) นายเทพศิริ สุขโสภา นางนิภา ทองถาวร (นิภา บางยี่ขัน) นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นางบุญญธิษฐาน (บุญญรัตน์, เพชร ภาษพิรัช, แก้วมณี) นายประยงค์ อนันทวงศ์ (ช่อประยงค์) นางพวงเพชร ศานติพงศ์ (บงกชเพชร) นายพจน์ ยังพลขันธ์ ผศ.มะเนาะ ยูเด็น นายมานิจ สุขสมจิตร นายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ นางวัชรี สายสิงห์ทอง (พชราวลี, เมขลามณี) รศ.วันเนาว์ ยูเด็น นายศฤงคาร วาดเวียงไชย (ธัญญา ธัญญามาศ) นายศักดิ์ ส.รัตนชัย นายสัมพันธ์ ก้องสมุทร นายสุนทร ทาซ้าย และ นายเสมอ กลิ่นหอม (ขุน ลำยอง)

นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เจ้าของหนังสือ “เย็นลมป่า” บันทึกเหตุการณ์จริงในช่วง 6 ตุลาคม 2519 กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับรางวัลในปีนี้ โดยส่วนตัวเป็นนักอ่านมากกว่า แต่ด้วยเหตุที่ได้ผ่านเหตุการณ์หลายตอนของบ้านเมือง และมีผู้ขอร้องให้บันทึกประจำเดือนลงในหนังสือพิมพ์รายเดือนพาทีเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เมื่อตอนที่มีการยึดอำนาจหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ฉะนั้นจึงได้บันทึก “เย็นลมป่า” ไว้หลายตอน ทุกคำพูดทุกชื่อเป็นชื่อจริงหมด เป็นเหตุการณ์จริงหมด เป็นบันทึกอันสั้นที่จะไม่เคยลืมบุคคลสำคัญที่ทำให้เรื่องเกิดขึ้น คือ คุณศิลาพร หรือ คุณแพร ที่มานั่งเฝ้าเป็นอาทิตย์กว่าจะได้สักตอนหนึ่ง ด้วยไม่ใช่มืออาชีพ ขณะนั้นหนังสือพิมพ์ก็ถูกปิดไปเกือบหมดก็มีหนังสือพิมพ์มติชนเกิดขึ้น ซึ่งเจ้าของพาทีก็ได้ขอให้ผมเขียนโดยให้คุณแพรมานั่งเฝ้า แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เขียนเป็นเรื่องเป็นราวเพราะให้เวลากับการเมืองไปเกือบหมด จะมีมากหน่อยก็คือการบรรยาย ถ้ารวบรวมคำบรรยายก็จะได้หลายเล่มโตๆ เพราะบรรยายมาจนถึงทุกวันนี้ ขอถือโอกาสนี้ด้วยความคารวะด้วยความรู้ตัวว่าไม่ได้มืออาชีพ แต่ได้รับเกียรติอย่างสูงยิ่งจากสมาคมนักเขียน เป็นเกียรติอย่างยิ่งในชีวิต

นายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ รองประธานกรรมการ บมจ.มติชน กล่าวว่า ผมอยู่ในอาชีพนี้มาตั้งแต่ต้นจนทุกวันนี้ เป็นอาชีพที่ถือว่าเป็นวิชาชีพ ซึ่งกรมหมื่นนราธิปฯ ท่านได้ปฏิบัติในวิชาชีพนี้มายาวนาน และอีกนานับประการทั้งการศึกษา การต่างประเทศ การศาสนา และอื่นฯ ผมภูมิใจที่มีโอกาสได้รับรางวัลนี้ และยิ่งได้อ่านพระประวัติของพระองค์ยิ่งทำให้ทราบว่าเราอยู่ในวิชาชีพที่พระองค์ท่านได้ประกอบมายาวนาน และเป็นตัวอย่างอันดีงามของนักเขียนนักหนังสือพิมพ์ และบรรณาธิการ พระองค์ทรงบัญญัติศัพท์ซึ่งผมได้ปฏิบัติหน้าที่นั่นตามศัพท์ที่ท่านบัญญัติคือ ซับเอดิเตอร์ ซึ่งท่านบัญญัติว่า “บรรณาธิกร” และทุกวันนี้ก็ยังใช้อาชีพซึ่งเป็นวิชาชีพชอบทำมาหากินเลี้ยงชีพตัวเอง ดังนั้นเมื่อสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ซึ่งผมเคยรู้จักตั้งแต่วันแรกที่ยังเป็นชมรมนักเขียน ผมยังเคยถามเพื่อนเล่นๆ ว่าเมื่อไหร่ผมจะได้บ้าง เมื่อปีที่แล้วได้กรุณาพิจารณากันในคณะกรรมการให้ลดเกณฑ์อายุลงเหลือ 75 ปี ทำให้ผมมีโอกาสรับรางวัลนี้ ยังพูดกับเพื่อนเล่นๆ ว่าเพราะอายุถึง ที่จริงเป็นเพราะพิจารณาจากการประกอบอาชีพและวิชาชีพ และงานที่เคยทำซึ่งเกี่ยวกับงานวรรณกรรม ต้องขอบคุณสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะนายกสมาคมฯ ที่ได้กรุณาพิจารณานี้ให้ผู้ที่มีอายุน้อยลงมาอีกนิดนึง


นายสุนทร ทาซ้าย อดีต สส.จ.นครราชสีมา บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติรับรางวัลนราธิปในปีนี้ ผมเขียนหนังสือมาหลายสิบปีแล้ว วันนี้ก็ยังเขียนอยู่เกือบทุกวัน แต่ไม่กล้าเรียกตัวเองว่านักเขียน เรียกตัวเองว่านักข่าว นักหนังสือพิมพ์ เคยได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมนักข่าวครั้งหนึ่ง เคยจับพลัดจับผลูเข้าอยู่ในแวดวงการเมืองอยู่ระยะสั้นๆ และพบว่าผมไม่เหมาะกับการเมืองและการเมืองก็ไม่เหมาะกับผม จึงกลับมาเป็นนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ เคยเข้าอบรมทนายความระยะหนึ่ง และพบว่าอาชีพที่เหมาะกับผมมากสุดคือ เป็นเขียนหนังสือ แต่ไม่กล้าเรียกตัวเองว่าเป็นนักเขียน
“ขณะนี้โลกในปัจจุบัน ในสังคมไทยเรากำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของวงการสื่อมวลชน สื่อหนังสือพิมพ์กำลังกลายเป็นอาชีพที่เหมือนกับอาทิตย์อัสดง จากผลการสำรวจเร็วๆนี้พบว่า อาชีพนักข่าววิทยุ หนังสือพิมพ์เป็นอาชีพหนึ่งที่กำลังตกต่ำเป็นอันดับ 3 รองจากอาชีพซักผ้าอ้อม และช่างทำรองเท้า แต่อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่า แม้สื่อจะเปลี่ยนโฉมหน้าเป็นสื่อดิจิทัลหรืออะไรก็ตาม แต่เราก็ยังต้องเขียนหนังสือเป็นอักษรสื่อสารให้ประชาชน ตราบใดที่ยังต้องเขียนเพื่อสื่อสาร ผมคิดว่าอาชีพนักหนังสือพิมพ์ยังจะต้องอยู่ต่อไปครับ”


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานมอบรางวัลนราธิปพงษ์ประพันธ์ปีนี้ นอกจากมีคนในแวดวงนักเขียนนักหนังสือพิมพ์ รวมทั้งอดีตนายกสมาคมนักเขียน อาทิ ประยอม ซองทอง ไมตรี ลิมปิชาติ ธนิต ธรรมสุคติ เจน สงสมพันธุ์ และผู้สนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่านผู้หญิง ม.ร.ว.วิวรรณ เศรษฐบุตร ทายาทพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ยังเดินทางมาร่วมงานมอบรางวัล พร้อมกับการเปิดตัว “คุณหนอ” ม.ล.สุทธิ์ธรทิพย์ วรวรรณ ทายาทรุ่นหลาน พร้อมเข้ารับไม้ต่อทำงานต่อจากท่านผู้หญิงวิวรรณ เศรษฐบุตร
สำหรับ รางวัลนราธิป ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2544 อันเป็นปีที่สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ก่อตั้งครบ 30 ปี ประจวบกับในปีเดียวกันนี้ เป็นปีครบรอบ 110 พรรษาของศาสตราจารย์พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ (2435-2519) และครบรอบ 10 ปีที่ องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศยกย่องให้พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลกที่มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดย นายประภัสสร เสวิกุล เป็นนายกสมาคมฯ จึงดำริให้มีรางวัลนราธิปขึ้น ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของ ท่านผู้หญิง ม.ร.ว.วิวรรณ เศรษฐบุตร ทายาทของพระองค์ในการเชิญพระนาม “นราธิป” มาเป็นชื่อรางวัล

