‘สพฐ.’ เร่งประสาน กศจ.บรรจุ ‘บิ๊กร.ร.’ 5 พันตำแหน่ง ภายใน 1 มี.ค.นี้

5.02.19 | 17:11 น.

‘สพฐ.’ เร่งประสาน กศจ.บรรจุ ‘บิ๊กร.ร.’ 5 พันตำแหน่ง ภายใน 1 มี.ค.นี้

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดให้ สพฐ. พัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล ระดับประถมศึกษา จำนวน 7,000 โรงเรียน ขณะนี้ สพฐ.คัดเลือกจากการประชาคมระดับตำบล อำเภอ จังหวัดมาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล และจะประกาศรายชื่อโรงเรียนต่อไป และ สพฐ.จะประชุมเรียกผู้อำนวยการโรงเรียนจำนวน 7,000 แห่ง ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดเรียนภาคเรียน 1 ปีการศึกษา 2562 ให้โรงเรียนมีความแข็งแกร่งในการเรียนการสอน และให้คุณภาพการศึกษาเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สพฐ.ได้รับนโยบายให้คัดโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล ระดับมัธยมศึกษา อย่างน้อยอำเภอละ 1 แห่ง แต่หากอำเภอใดมีโรงเรียนที่ความพร้อม สามารถมีมากกว่า 1 แห่งได้

นายบุญรักษ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีการสอบคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ดำเนินการเสร็จแล้ว จำนวน 5,000 กว่าอัตรา เหลือรอบสุดท้ายคือการสอบสัมภาษณ์ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ และจะประกาศผลในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เมื่อประกาศผลแล้ว ผู้อำนวยการสถานศึกษาต้องผ่านการอบรมพัฒนาก่อนแต่งตั้ง ซึ่งสพฐ. กำหนดปฏิทินการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนไว้ดังนี้  20-27 กุมภาพันธ์ จัดอบรมผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมกันทั่วประเทศ ใน 12 จังหวัด และจะประกาศผลว่าผ่านหรือไม่ผ่านในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ จากนั้นวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จะให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกเดินทางกลับไปรายงานตัวที่ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) สพฐ.จะประสานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เพื่อเร่งแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานศึกษาให้ปฏิบัติหน้าที่ให้เสร็จภายในวันที่ 1 มีนาคม 2562 เพื่อประโยชน์แก่โรงเรียนและการบริหารงานบุคคล

“เหตุผลที่ต้องเร่งทำกระบวนการแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานศึกษา มี 2 เหตุผล คือ 1.ขณะนี้โรงเรียนว่างผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการดำเนินงานของโรงเรียน และ 2. เนื่องจากไม่ต้องการให้กระทบต่อการจัดสรรเงินเดือนซึ่งจะต้องมีการนับจำนวนบุคคลากรทุกวันที่ 1 มีนาคมของทุกปี และคำนวณงบประมาณที่ใช้ในการเงินเดือนในวันที่ 1 เมษายนของทุกปี หากผู้อำนวยการยังอยู่โรงเรียนเดิมจะทำให้มีปัญหาในการบริหารจัดสรรเงินเดือนได้ ส่วนรูปแบบการอบรมพัฒนา จะเพิ่มเนื้อหา องค์ความรู้ใหม่ๆ รวมถึงนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการอบรม ซึ่งก่อนการอบรมจะมีการปฐมนิเทศผ่านออนไลน์ที่ทั้ง 5,000 กว่าคน จะต้องเข้าลงทะเบียนด้วยตนเอง จากนั้นจะจัดกลุ่มๆ ละ 10-15 คน เพื่อสร้างเป็นเครือข่ายชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ออนไลน์ และมีคิวอาร์โค้ด (QR Code) ให้ศึกษาเรียนรู้และศึกษาแลกเปลี่ยนภายในกลุ่ม ส่วนช่วง 20-27 กุมภาพันธ์ จะเข้าสู่ช่วงการอบรมเชิงปฏิบัติการ นำกรณีศึกษาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมานำเสนอ และเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา เช่น ปัญหาฝุ่นละออง หรือกรณีที่เป็นเรื่องใหม่ๆ อย่างวิทยาการคำนวณก็จะมีวิทยากรมาอบรมโดยตรง การสร้างภาวะผู้นำยุคใหม่ จะมีวิทยากรจากภาคเอกชน มาให้ความรู้ คำแนะนำ เป็นต้น” นายบุญรักษ์ กล่าว

นายบุญรักษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะมีการประชุม กพฐ. เพื่อพิจารณาเลื่อนปฏิทินการรับสมัครนักเรียนชั้นม.1 และม.4 โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงและโรงเรียนทั่วไป ในระหว่างวันที่ 23-27 มีนาคม 2562 ระยะเวลา 5 วัน แต่เนื่องจาก คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้วันที่ 24 มีนาคม 2562 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) อาจจะเลื่อนวันรับสมัครเร็วขึ้น เป็นวันที่ 22-27 มีนาคม แต่เฉพาะวันที่ 24 มีนาคม ให้งดรับสมัครแทน